Testimonials

Testimonials น้องเกศ IELTS 6.5

25 November 2018

น้องเกศ IELTS 6.5

คะแนน Writing 7.0 เป็นสิ่งที่หนูไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะได้ และเป็นพาร์ทที่หนูกลัวที่สุด โดยเฉพาะ Task 2 เพราะไอเดียเราไม่ดี แต่คะแนนที่ได้คือเรียกว่าปาฏิหาริย์มาก ส่วนหนึ่งคิดว่าหนูส่งการบ้าน Writing สม่ำเสมอ แล้วก็มาทำ Mock-up Test ตลอด

IELTS 6.5
Listening 6.0
Reading 7.5
Writing 7.0
Speaking 6.0

“น้องเกศ เกศมณี ธเนศวาณิชย์” นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เอกบริหาร ม.ธรรมศาสตร์ ถึงกับอึ้งไปเลยค่ะ หลังทราบผลสอบ IELTS เมื่อวันที่ 24/02/2018 ที่ผ่านมา ว่าเธอสามารถทำคะแนน Writing ได้สูงถึง 7.0 ขณะที่ได้ Listening 6.0, Reading 7.5 และ Speaking 6.0 (รวม overall 6.5) ซึ่งเคล็ดลับง่ายๆ ของความสำเร็จนี้ คือ การมาเรียนและฝึกทำ Mock Test อย่างสม่ำเสมอนั่นเองค่ะ

.

Q: ทราบมาว่า การที่มา เรียน IELTS ที่ English Parks ก็เพื่อจะเอาคะแนนไปขอยกเว้นการเรียนภาษาอังกฤษที่คณะเหรอคะ

A: ใช่ค่ะ จุดประสงค์แรกเลยที่มาเรียน คือ ถ้าหนูสอบ IELTS ได้คะแนน 6.0 หนูสามารถใช้คะแนนไปยื่นเรื่องเพื่อขอยกเว้นการเรียนวิชาภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยได้ทั้งหมด 5 รายวิชาเลยค่ะ อีกอย่างคือที่คณะมีทุนให้ไปเรียนต่างประเทศบ่อยๆ ซึ่งถ้ามีคะแนน IELTS อย่างน้อย 6.5 ก็มีสิทธิ์ยื่นขอทุนได้ เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวค่ะ ^_^

.

Q: สำหรับน้องเกศ อะไรคือความยากของการสอบ IELTS คะ

A: ที่ยากที่สุดคือเรื่องของเวลาค่ะ ครั้งแรกที่ลองทำข้อสอบ หนูได้คะแนนแค่ 5.5 เพราะว่าทำไม่ทัน และเป็นแนวข้อสอบที่ไม่คุ้นเคยด้วย แต่พอได้เข้าเรียน อาจารย์จะสอนเทคนิคในการทำข้อสอบ อย่างพาร์ท Reading อาจารย์จะสอนให้ดูที่คำถามก่อนเพราะมันจะมีคีย์เวิร์ดอยู่ แล้วค่อยไปสแกนหาคำตอบจากบทความ ซึ่งวิธีนี้ช่วยให้ทำข้อสอบ IELTS ได้ทันเวลามากขึ้นค่ะ

.

Q: น้องเกศพอใจกับผลคะแนนสอบครั้งนี้ไหมคะ

A: โดยรวมแล้วก็โอเคนะคะ เพราะสอบครั้งแรกด้วย แต่แอบเสียดายนิดนึง คือถ้ารีบไปสอบหลังเรียนจบคอร์สเลย น่าจะได้คะแนนดีกว่านี้ อีกอย่างคือเสียดายที่ลงสมัครเรียนแค่คอร์ส IELTS อย่างเดียว เพราะตอนนั้นคิดว่าเรียนแค่นี้ก็พอแล้ว แต่ความจริงถ้าสมัครคอร์ส Unlimited ตั้งแต่แรก หนูคงได้ฝึก Speaking เยอะกว่านี้ อันนี้คือยอมรับว่าพลาดมากจริงๆ

.

Q: แชร์กับเพื่อนๆ นิดนึง ว่าน้องเกศทำอย่างไรให้ได้คะแนน IELTS ในพาร์ท Writing สูงถึง 7.0 คะ

A: คะแนน Writing 7.0 เป็นสิ่งที่หนูไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะได้ และเป็นพาร์ทที่หนูกลัวที่สุด โดยเฉพาะ Task 2 เพราะไอเดียเราไม่ดี แล้วยิ่งต้องเขียนทั้ง 2 task ให้เสร็จภายในหนึ่งชั่วโมง มันเป็นอะไรที่ยากมาก เพราะเขียนไม่ทันตลอด แต่คะแนนที่ได้คือเรียกว่าปาฏิหาริย์มาก ส่วนหนึ่งคิดว่าหนูส่งการบ้าน Writing สม่ำเสมอ แล้วก็มาทำ Mock-up Test ตลอด แล้วพอฝึกเขียนไปเรื่อยๆ ก็รู้ว่าตัวเองถนัดเขียน Task 2 มากกว่า เพราะฉะนั้นตอนสอบหนูเลยเลือกทำ Task 2 ก่อน แล้วค่อยทำ Task 1 ทีหลัง เพื่อจะได้เขียนให้เสร็จทันเวลาค่ะ

.

Q: น้องเกศมีเทคนิคอื่นๆ อีกไหมคะในการทำข้อสอบ IELTS Writing

A: ตอนช่วงใกล้สอบ หนูจะเอาการบ้าน Writing ที่เคยส่งให้อาจารย์ตรวจทั้งหมดมานั่งทบทวนอย่างจริงจังเลยว่า มีตรงไหนที่เราเขียนไม่ดี ตรงไหนที่ควรปรับปรุง คำศัพท์ไหนที่ใช้ผิดบริบท แล้วตอนฝึกเขียนหนูจะวาง Answer Model เลยว่า ถ้าได้คำถามแนวนี้ เราจะขึ้นต้นการเขียนยังไง เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการเขียน Introduction นานเกินไปค่ะ ถ้าให้แนะนำคือ ควรฝึกเขียนเยอะๆ เพราะถ้าเราอ่านแค่อย่างเดียว แต่ไม่ลงมือเขียนเลย มันก็ไม่ช่วยอะไร ควรใช้คำศัพท์ให้หลากหลาย และต้องจับเวลาทุกครั้งที่เขียนค่ะ

.

 Q: ระหว่างที่มาเรียน น้องเกศได้ทำ Mock Test บ่อยแค่ไหนคะ

A: มาทำ Mock Test เรื่อยๆ เลยค่ะ แต่มีช่วงหนึ่งที่หนูหายไปเลย เพราะว่าติดงานที่มหาวิทยาลัย พอกลับมาทำข้อสอบอีกทีปรากฏว่าคะแนนแย่ลง สาเหตุเพราะพอทิ้งไปนานก็เริ่มมีลืมๆไปบ้าง ทีนี้หนูเลยพยายามกลับมาฝึกทำข้อสอบที่โรงเรียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ประมาณอาทิตย์ละ 2-3 วันค่ะ

.

Q: ทำไมน้องเกศถึงรู้สึกว่าตัวเองยังทำคะแนน Speaking ได้ไม่ดีคะ

A: ความจริงหนูโชคดีที่เจอคำถามไม่ยาก และเป็นคำถามที่เคยฝึกพูดมาแล้วด้วย ซึ่งเป็นคำถามเกี่ยวกับเรื่อง Health กับ Exercise แต่คิดว่าตัวเองยังทำได้ไม่ดี เพราะ Part 2 ควรพูดให้เวลาอยู่ประมาณ 1.30 นาที แต่ว่าหนูตื่นเต้นเลยทำให้พูดสั้นไป ไม่รู้ว่าถึง 1 นาทีหรือเปล่า แต่รู้ว่าพูดจบไวมาก

.

Q: แล้วการมาเรียนบวกกับการมาฝึกทำ Speaking Test นอกเวลามีส่วนช่วยในการสอบอย่างไรบ้างคะ

A: หนูว่าตอนที่มาเรียนกับมาฝึกทำ Mock Test ที่โรงเรียนยากกว่าไปสอบจริงๆ อีก แต่การฝึกยากๆไว้ก็ดีนะคะ เพราะถ้าเจอคำถามที่ยากจริงๆเราก็น่าจะตอบได้ ตอนเรียนในคลาสอาจารย์จะมีโจทย์คำถามมาให้ทำไม่ซ้ำเลย ซึ่งช่วยให้เราคุ้นชินกับแนวคำถาม และอาจารย์ยังคอยแก้ Pronunciation ให้ตลอด รวมถึงสอนวิธีการ Paraphrase คำ เพื่อดึงคะแนนของเราให้เพิ่มขึ้นด้วยค่ะ ^_^

.

Q: การมาฝึกทำ Speaking Test ที่อิงลิชพาร์คต่างจากการฝึกด้วยตัวเองที่บ้านไหมคะ

A: หนูว่าต่างมากค่ะ เพราะว่าเคยฝึกเองที่บ้าน แล้วเราก็จะคิดไปเรื่อย พูดไปเรื่อย หรือพูดผิดโดยที่ไม่รู้ตัว ซึ่งไม่มีใครมาคอยช่วยแก้ช่วยปรับให้ พอมาฝึกที่นี่ก็เหมือนกับมีโค้ชมาคอยช่วย ทำให้เราคิดเป็นลำดับมากขึ้น ไม่พูดเวิ่นเว้อ และพูดประโยคได้ถูกต้องมากขึ้นค่ะ

.

Q: บรรยากาศการเรียนที่ English Parks ล่ะคะ เป็นอย่างไรบ้าง

A: ที่นี่เป็นกันเองมากค่ะ แล้วเป็นห้องเรียนขนาดเล็กๆ ด้วย ทำให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างทั่วถึง ได้ฝึกพูดกันทุกคน และมีโอกาสได้ฟังไอเดียของเพื่อนๆ ด้วยว่าเป็นยังไง รวมถึงได้ฟังคำแนะนำจากอาจารย์เป็นรายบุคคลเลยค่ะ ส่วนพี่ๆสต๊าฟนี่สุดยอดเลยค่ะ พอหนูเริ่มขาดเรียนก็โทรตามทันทีเลย ^_^

.

หมายเหตุ: ผลสอบของนักเรียนอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบด้วย อย่างไรก็ตามทางอิงลิชพาร์คพร้อมดูแลและช่วยให้นักเรียนทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียนตามเป้าหมายที่วางไว้ค่ะ