Testimonials

Testimonials น้องไบร์ท IELTS 7.0

24 November 2018

น้องไบร์ท IELTS 7.0

ตลอดระยะเวลาที่มาเรียนผมก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆนะครับทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน ที่ผมว่าดีมากๆเลย คือ การส่ง Writing กับการนัดทำ Speaking Test ได้ไม่จำกัด ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจให้กับคนที่กำลังจะไปสอบได้ดีมากครับ

IELTS 7.0
Listening 7.0
Reading 8.0
Writing 6.0
Speaking 6.0

 

หลายคนมักมีคำถามว่า ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ในการเพิ่มคะแนนสอบ IELTS จาก 6.0 เป็น 6.5 หรือ จาก 6.0 เป็น 7.0 แต่สำหรับ “น้องไบร์ท กมล นารถนฤมิตร” นักเรียนคอร์ส Unlimited Package 3 เดือนของเรา สามารถอัพคะแนนจาก 6.0 มาเป็น 7.0 (Listening 7.0, Reading 8.0, Writing 6.0, Speaking 6.0)  ได้ภายในระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งสอบไปเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 61 ที่ผ่านมานี้เองค่ะ วันนี้น้องไบรท์มีวิธีการฝึกฝนตัวเอง รวมถึงมีตัวอย่างโจทย์คำถามที่เจอตอนสอบ IELTS มาแชร์ให้ทุกคนได้อ่านกัน เพื่อจะได้เป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังเตรียมตัวสอบอยู่ตอนนี้ค่ะ

 

Q: ก่อนจะมาเรียนที่อิงลิชพาร์ค น้องไบรท์คาดหวังอยากได้คะแนนสอบ IELTS เท่าไหร่คะ   

A: ผมอยากได้ Overall 7.0 ครับ ตอนนั้นพี่ที่ทำงานแนะนำให้มาสมัครเรียนที่นี่ ผมเลยมาตามคำแนะนำและเข้ามาทำ Pre-test ของที่โรงเรียน จำได้ว่าข้อสอบมีทั้งหมด 12 ข้อ ผมทำถูกแค่ 3 ข้อเอง แต่ไม่ได้รู้สึกเสียเซลฟ์หรือตกใจมากมายอะไรนะครับ เพราะรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ต้น ผมเลยตัดสินใจสมัครเรียน Unlimited Package 3 เดือน คือ มาเรียนทุกวัน และเรียนครบทุกทักษะทั้งฟัง พูด อ่าน และเขียน รวมถึงเรียน IELTS ด้วย

.

Q: มาเรียนได้ 2 เดือน น้องไบร์ทก็ตัดสินใจไปสอบ IELTS เลย แต่คะแนนสอบครั้งแรกยังไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งใจไว้ สาเหตุเป็นเพราะอะไรคะ

A: สอบ IELTS ครั้งแรกผมได้คะแนน Overall 6.0 (Listening 6.5, Reading 6.5, Writing 5.0, Speaking 5.5) ที่ตัดสินใจสมัครสอบตอนนั้น คิดว่าตัวเองน่าจะพอไหวระดับนึง เพราะได้ฝึกทำข้อสอบที่พี่ๆสต๊าฟให้มาพอสมควร ซึ่งคะแนนที่ได้ค่อนข้างโอเคครับ แต่มีปัญหาเรื่อง Writing ที่สุด เพราะไม่ค่อยได้ฝึกเขียนเท่าไหร่ ตอนสอบจริงเจอโจทย์ที่เกี่ยวกับเรื่อง Sports ครับ สำหรับ Listening มีพาร์ทนึงที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับภาพยนตร์ ซึ่งผมไม่ค่อยรู้คำศัพท์พวกตำแหน่งหน้าที่ในแวดวงนี้เท่าไหร่ เลยเกิดอาการสับสน

ส่วน Reading ด้วยความที่ปกติเป็นคนอ่านช้าเลยทำไม่ทัน ซึ่งเหลือประมาณ 6-7 ข้อ แล้วก็มั่วข้อที่เป็น Choice อีก ถ้าเป็นเรื่อง Speaking ผมคิดเอาเองว่าน่าจะตอบผิดประเด็น มีข้อนึง Examiner เขาถามถึงซีรีส์ในประเทศ แต่ผมตอบเกี่ยวกับ Game of Thrones ซึ่งมันเป็นซีรีส์ต่างประเทศ คิดว่าถูกหักคะแนนเพราะเรื่องนี้ และที่ได้คะแนนน้อยสุด คือ Writing สาเหตุเพราะเขียนสรุป Task 2 ไม่ทัน และจำนวนคำไม่ครบทั้ง 2 Task ด้วยครับ

.

Q: แล้วสอบครั้งที่ 2 น้องไบร์ทมีเทคนิคในการอัพคะแนนให้ได้ overall 7.0 อย่างไรคะ ทั้งที่สอบห่างกันเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น

A: ความจริงแล้วผมแทบไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเลยครับ ทำเหมือนเดิม แต่ที่คะแนนดีขึ้นทุกพาร์ท น่าจะเป็นเพราะว่าผมชิวมากขึ้น ไม่ได้รู้สึกกดดันเท่ากับตอนที่สอบครั้งแรก แต่ที่อัพคะแนน Reading ได้ถึง 8.0 เพราะคราวนี้ผมทำข้อสอบทัน และทักษะการอ่านของผมดีขึ้นด้วย คือ อ่านได้เร็วขึ้น ผมฝึกจากการอ่านบทความในเน็ต ส่วนใหญ่ให้ Siri ใน iPhone อ่านให้ฟังแทบทุกวันเพิ่มเติมครับ ^_^

.

Q: สำหรับโจทย์คำถามพาร์ท Writing กับ Speaking ครั้งล่าสุดนี้มีความยากอยู่ในระดับไหนคะ

A: ผมว่าโจทย์ Writing ที่ได้ไม่ได้ยากมากนะครับ ที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้นเพราะว่าเขียนเสร็จทันเวลา ส่วน Speaking Part 2 ผมได้คำถามประมาณว่า คุณให้ความสำคัญกับเรื่องการตรงต่อเวลาในการนัดหมายไหม ส่วน Part 3 ได้คำถามเกี่ยวกับ School’s rules (กฏระเบียบของโรงเรียน) ที่สำคัญคือ Examiner ครั้งนี้ใจดีกว่าที่สอบครั้งแรกเยอะเลย เหมือนเขาพยายามช่วยเรา มีอารมณ์ร่วมเวลาที่เราตอบคำถาม มีคำถามนึงผมฟังคำถามไม่เข้าใจ ก็บอกให้เขาช่วยอธิบายอยู่ 2-3 รอบเลยครับ ซึ่งต่างจากสอบครั้งแรกมาก ที่ Examiner ทำตัวเหมือนหุ่นยนต์ ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆทั้งสิ้น

.

Q: หลังจากได้ผลคะแนนสอบ IELTS แล้ว น้องไบรท์วางแผนเรื่องการเรียนต่อปริญญาโทไว้อย่างไรบ้างคะ

A: ความตั้งใจตอนนี้คือ อยากเรียนต่อป.โท คณะสถาปัตยกรรม ที่ Harvard หรือไม่ก็ Yale ครับ ซึ่งทั้งสองที่นี้ต้องใช้คะแนน TOEFL เท่านั้นและต้องสอบ GRE ด้วย ผมก็กะว่าจะไปสอบเร็วๆนี้ แต่ก็ดูที่ Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT ไว้ด้วย ซึ่งที่นี่ใช้คะแนน IELTS ได้ครับ อย่างน้อยการมีคะแนน IELTS ก็ช่วยทำให้โล่งออกไปได้ระดับนึงครับ

.

Q: การเข้าเรียนคลาสอื่นๆเช่น Grammar, Sentence Writing และคลาส Conversation ร่วมกับการเข้าเรียนคลาส IELTS มีส่วนช่วยให้การเรียนภาษาอังกฤษของน้องไบร์ทพัฒนาได้เร็วขึ้นไหมคะ  

A: มีส่วนครับ อย่างเช่นการเรียน Grammar เป็นการปูพื้นฐานที่ดี และสามารถเอาไปใช้ได้จริง ถ้าเข้าเรียนแต่คลาส IELTS อย่างเดียว ผมว่าผมคงต้องทำการบ้านหนักกว่านี้ และเหนื่อยกว่านี้หลายเท่า เพราะการเข้าเรียนคลาส IELTS ควรต้องมีพื้นฐานภาษาอังกฤษพอสมควร เพราะอาจารย์จะเน้นเรื่องเทคนิคในการทำข้อสอบของแต่ละพาร์ทเป็นหลัก ถ้าพื้นฐานไม่ค่อยดีก็อาจจะลำบากหน่อย

.

Q: บรรยากาศการเรียนที่ English Parks ทำให้น้องไบร์ทรู้สึกกดดันบ้างไหม

A: มาเรียนที่นี่ผมรู้สึกชิวมาก ไม่ได้รู้สึกกดดันอะไรเลย แต่ข้อดีของการมาเรียน คือ ทำให้ผมได้ฝึกใช้แกรมม่าให้ถูกต้องมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ใช้ผิดเยอะ ตลอดระยะเวลาที่มาเรียนผมก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆนะครับทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน

.

Q: ยังมีเรื่องอะไรอีกบ้างที่น้องไบรท์รู้สึกประทับใจกับการมาเรียนที่นี่คะ

A: ที่ผมว่าดีมากๆเลย คือ การส่ง Writing กับการนัดทำ Speaking Test ได้ไม่จำกัด ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจให้กับคนที่กำลังจะไปสอบได้ดีมากครับ นอกจากนี้พี่ๆยังช่วยผลักดันให้สอบได้คะแนนดีๆ ก่อนจะสอบพี่สต๊าฟก็ยังโทรไปตามให้เข้ามาฝึกทำข้อสอบ มาทำ Mock-up Test ที่โรงเรียนครับ ผมว่าไม่น่ามีที่ไหนทำแบบนี้นะครับ ^_^

.

Q: สุดท้ายอยากให้น้องไบร์ทฝากคำแนะนำถึงเพื่อนๆที่กำลังเตรียมตัวสอบ IELTS อยู่ตอนนี้หน่อยค่ะ

A: ที่เรียนพิเศษนั้นมีส่วนในการผลักดันเราก็จริง แต่ถ้าอยากได้คะแนนดีๆ เวลาที่มาเรียนก็ต้องตั้งใจ และต้องพยายามฝึกฝนตัวเองให้มากๆครับ อย่าเพิ่งไปคิดว่าข้อสอบมันยากเกินความสามารถของเรา ขอแค่ตั้งใจทำให้เต็มที่สุดความสามารถของเราก็พอ

 

หมายเหตุ: ผลสอบของนักเรียนอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบด้วย อย่างไรก็ตามทางอิงลิชพาร์คพร้อมดูแลและช่วยให้นักเรียนทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียนตามเป้าหมายที่วางไว้ค่ะ