Testimonials

Testimonials น้องไอซ์ IELTS 6.5

24 November 2018

น้องไอซ์ IELTS 6.5

ที่นี่เราสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนในห้องได้เต็มที่เกี่ยวกับหัวข้อที่อาจารย์ให้ฝึกในคลาส และเวลาที่ส่งการบ้าน Writing ก็มีคอมเม้นท์จากอาจารย์ซึ่งละเอียดมากๆ และยังมี Video Self-Learning ที่เรามาเรียนเพิ่มเติมเวลาไหนก็ได้ที่เราสะดวก ที่สำคัญคือ มีการทำ Mock Test ที่เหมือนกับการทำข้อสอบในห้องสอบจริงๆค่ะ

IELTS 6.5
Listening 7.0
Reading 6.0
Writing 6.0
Speaking 6.0

“น้องไอซ์ ณัฐณิชา ประชากิตติกุลนักเรียนชั้นม. 5 จากโรงเรียนมัธยมวัดนายโรง เล่าว่า ก่อนจะมาสมัครเรียนคอร์ส IELTS ที่นี่ น้องได้ฝึกทำข้อสอบด้วยตัวเองอยู่ช่วงนึง แต่ฝึกเท่าไหร่ก็ยังได้คะแนนไม่ดี โดยเฉพาะพาร์ท Writing และ Speaking ที่ไม่รู้ว่าควรจะเขียนและตอบคำถามอย่างไร แต่ผลจากการนำเทคนิคที่เรียนไปใช้ ทำให้น้องไอซ์สามารถพิชิตข้อสอบ IELTS ได้ด้วยคะแนน overall 6.5 (Listening 7.0, Reading 6.0, Writing 6, Speaking 6.0) ค่ะ ^_^

.

Q:  น้องไอซ์ตั้งใจจะใช้คะแนน IELTS ยื่นเรียนต่อที่ไหน แล้วทำไมถึงตัดสินใจมาเรียนที่ English Parks คะ

A:  ไอซ์อยากเรียน BBA ซึ่งดูที่จุฬาฯ กับธรรมศาสตร์ไว้ค่ะ มาเรียนที่นี่เพราะมีรุ่นพี่แนะนำมา และผลจากการทำ Pre -Test ไอซ์มีพื้นฐานที่สามารถสมัครเรียนคอร์ส IELTS ได้ ก็เลยตัดสินใจเรียนค่ะ

.

Q:  แสดงว่าพื้นฐานภาษาอังกฤษของน้องไอซ์ค่อนข้างดีเลยใช่ไหมคะ

A:  ไอซ์ใช้ภาษาอังกฤษอยู่ตลอดค่ะ เพราะว่าเรียนหลักสูตร English Program แล้วก็เคยไปเรียนซัมเมอร์ที่แคนาดาและอังกฤษ ทำให้สามารถสื่อสารกับชาวต่างชาติได้ แต่ที่มาเรียนเพราะว่ามีปัญหาเรื่อง Writing ที่เขียนเปรียบเทียบกราฟไม่ได้ รวมถึงไม่มีไอเดียในการเขียน ทำให้เขียนออกมาได้ไม่ดีและไม่ตรงตามสิ่งที่ข้อสอบ IELTS ต้องการค่ะ

.

Q:  จากที่เคยฝึกทำข้อสอบด้วยตัวเองก่อนมาเรียน พอได้เข้าเรียนคลาส IELTS แล้วเป็นอย่างไรบ้างคะ

A:  ไอซ์มาเรียนแล้วได้เทคนิคในการทำข้อสอบเยอะเลยค่ะ เช่น Writing รู้ว่าควรจะเขียนยังไง ถ้าเจอโจทย์ที่เป็น Line Graphs, Bar Charts, Pie Charts, Diagram หรือ Table ซึ่งแต่ละเรื่องก็มีวิธีเขียนที่ต่างกัน และก่อนหน้านี้ ไอซ์ชอบเขียนอธิบายเยอะเกินไป ก็ต้องพยายามฝึกเขียนให้กระชับได้ใจความที่สุดค่ะ

.

Q:  การเข้าเรียนคลาสกลุ่ม มีประโยชน์กับน้องไอซ์มากน้อยแค่ไหนคะ

A:  อย่างเช่นคลาส Writing ก่อนลงมือเขียนในแต่ละหัวข้อ อาจารย์จะให้นักเรียนช่วยกัน Brainstorm ว่าแต่ละคนมีความคิดเห็นอะไรกันบ้าง ซึ่งอาจารย์จะเขียนไอเดียของนักเรียนทั้งหมดบนกระดาน แล้วบอกว่าไอเดียไหนบ้างที่ดีหรือไม่ดีเพราะอะไร และอาจารย์ยังเสริมไอเดียเพิ่มเติมให้ด้วย บางหัวข้อไอซ์คิดไม่ออกเลยว่าจะเขียนยังไง แต่การ Brainstorm ทำให้ได้เห็นไอเดียดีๆเยอะเลย และนำมาปรับใช้ในการเขียนของเราได้ค่ะ

.

Q:  เทคนิคสำคัญในการทำข้อสอบ Writing ของน้องไอซ์คืออะไรคะ

A:  อันดับแรกต้องมีไอเดียที่จะเขียนก่อนไม่อย่างนั้นเราจะเสียเวลาคิดนานมาก และระวังเรื่องการใช้แกรมม่ากับความยาวของ Essay ที่เขียน ที่สำคัญคือ ต้องรักษาเวลาในการเขียนค่ะ

.

Q:  แล้วพาร์ท Reading ล่ะค่ะ น้องไอซ์ได้เทคนิคดีๆอะไรบ้างในการทำข้อสอบ

A:  ไอซ์เรียนกับอาจารย์บิวค่ะ สนุกมาก ไม่เครียด อาจารย์มีเทคนิคดีๆเยอะเลย เช่น ให้นักเรียนอ่านโจทย์ก่อน แล้ววิเคราะห์จากโจทย์ว่า เนื้อเรื่องที่เรากำลังจะอ่านเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร แล้วให้จับเวลาในการอ่าน ซึ่งแต่ละ Paragraph ห้ามอ่านเกิน 1 นาที ทำให้เราไม่เสียเวลาในการทำข้อสอบ Reading ค่ะ

.

Q:  น้องไอซ์ได้คะแนน Listening 7.0 ซึ่งดีกว่าพาร์ทอื่นๆ คิดว่าน่าจะเป็นเพราะอะไรคะ

A:  ด้วยความที่ไอซ์อาจจะเคยไปเรียนซัมเมอร์ที่ต่างประเทศมาก่อน บวกกับการที่ไอซ์ฝึกทำข้อสอบ Listening ตั้งแต่ก่อนมาเรียนที่นี่ แล้วก็ฝึกอยู่เรื่อยๆเลยทำให้คุ้นเคยกับการฟังเป็นพิเศษค่ะ

.

Q: แล้วน้องไอซ์ให้เวลากับการฝึก Speaking แค่ไหน และมีวิธีการฝึกอย่างไรบ้างคะ

A:  ก่อนหน้านี้เคยฝึกพูดเองที่บ้าน แต่ฝึกแค่เฉพาะ Part 2 นะคะ มีอยู่ช่วงนึงที่โรงเรียนมีกิจกรรมเยอะ เลยไม่ได้ฝึกพูดไปพักใหญ่ ทีนี้พอกลับมาฝึกพูดใหม่อีกที กลายเป็นว่าไอซ์ไม่มีไอเดียที่จะพูด แล้วก็พูดติดๆขัดๆ แต่การมาเข้าคลาสกลุ่มทำให้ไอซ์ได้ไอเดียดีๆจากการ Brainstorm ซึ่งช่วยให้ไอซ์มีไอเดียในการตอบคำถามมากขึ้น แล้วอาจารย์ก็ช่วยเสริมไอเดียเพิ่มเติม และปรับแก้ประโยคพูดของไอซ์ให้ถูกต้องค่ะ

.

Q:  ในระหว่างที่ทำ Mock test พาร์ท Speaking บางครั้งน้องไอซ์จะเกิดอาการเงียบ หรือ Dead air สาเหตุเกิดจากอะไรคะ

A:  Speaking Part 3 เป็นสิ่งที่ไอซ์คิดว่ายากที่สุด ด้วยความที่คำถามจะเป็นเรื่องที่กว้างมากๆ แล้วไอซ์เองยังเป็นนักเรียนไม่ได้รู้เรื่องอะไรเยอะมาก ทำให้ไม่มีไอเดียที่จะตอบ แรกๆกลัวว่าจะตอบผิด เลยไม่กล้าพูดออกไป อีกอย่างคือใช้เวลาคิดนานว่าจะอธิบายสิ่งที่จะพูดยังไงดี แต่ตอนไปสอบจริงก็พยายามตอบออกไปให้ได้มากที่สุดแทนที่จะเงียบเหมือนตอนซ้อม แล้วก็คิดซะว่าพูดกับ Host Family เหมือนตอนที่ไปเรียนซัมเมอร์ค่ะ

.

Q:  ได้ข่าวว่าน้องไอซ์เจอโจทย์ข้อสอบตรงกับสิ่งที่ได้เรียนในคลาสเลยหรอคะ

A:  ใช่ค่ะ โชคดีมากที่ตอนไปสอบได้หัวข้อ Writing กับ Speaking ตรงตามที่เคยฝึกในคลาส มีข้อนึงถามเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำให้เรามีสุขภาพดี ซึ่งตอนเรียนมีเพื่อนคนนึงพูดว่า เขาออกกำลังกายทุกวัน ไปวิ่งทุกเช้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เขามีสุขภาพและรูปร่างที่ดี ไอซ์จำคำศัพท์ได้และตอบไปประมาณนี้เลยค่ะ ^_^

.

Q:  การทำ Mock Test ที่อิงลิชพาร์คมีข้อดีอะไรบ้างคะ

A:  เหมือนเป็นการประเมินตัวเองก่อนว่า ถ้าสอบจริงเราน่าจะได้คะแนนเท่าไหร่ แล้วการทำ Mock Test ช่วยให้เราบริหารเวลาในการทำข้อสอบได้ดีขึ้น เพราะพี่ๆสตาฟจะจับเวลาตามจริง ที่สำคัญคือ รู้ว่าเรายังมีข้อบกพร่องตรงไหน เรื่องไหนที่ต้องฝึกซ้อมเพิ่มมากขึ้นค่ะ

.

Q:  มีอะไรอยากแนะนำเพื่อนๆที่กำลังเตรียมตัวสอบ IELTS ไหมคะ

A:  ฝึกทำข้อสอบให้เยอะๆค่ะ ส่วนเรื่อง Speaking ถ้าอยู่บ้านไม่รู้จะฝึกกับใคร ให้ฝึกพูดกับตัวเองหน้ากระจกก็ได้ เวลาสอบจริงอย่าเกิดอาการ Dead air อย่างน้อยถ้าพูดไปเรายังได้คะแนนบ้าง ที่สำคัญควรเตรียมตัวสอบตั้งแต่เนิ่นๆ ตอนนี้ไอซ์อยู่ ม. 5 ถ้าสอบได้คะแนนไม่ดี ก็ยังมีโอกาสสอบแก้ตัวใหม่ แต่ถ้าได้คะแนนดีแล้ว จะได้เอาเวลาไปเตรียวตัวสอบวิชาอื่นๆได้เต็มที่ค่ะ

.

Q:  น้องไอซ์ประทับใจหรือชอบอะไรที่สุดกับการมาเรียนที่อิงลิชพาร์คคะ

A:  ชอบหลายอย่างเลยค่ะ ที่นี่เราสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนในห้องได้เต็มที่เกี่ยวกับหัวข้อที่อาจารย์ให้ฝึกในคลาส และเวลาที่ส่งการบ้าน Writing ก็มีคอมเม้นท์จากอาจารย์ซึ่งละเอียดมากๆ และยังมี Video Self-Learning ที่เรามาเรียนเพิ่มเติมเวลาไหนก็ได้ที่เราสะดวก ที่สำคัญคือ มีการทำ Mock Test ที่เหมือนกับการทำข้อสอบในห้องสอบจริงๆค่ะ

หมายเหตุ: ผลสอบของนักเรียนอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบด้วย อย่างไรก็ตามทางอิงลิชพาร์คพร้อมดูแลและช่วยให้นักเรียนทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียนตามเป้าหมายที่วางไว้ค่ะ