Testimonials

Testimonials หวาน TOEIC 765

25 November 2018

หวาน TOEIC 765

หวานมองว่า ที่มาเรียนอาทิตย์ละ 2 วันเนี่ย เราได้ฝึกทุกทักษะทั้ง ฟัง พูด อ่าน เขียน ซึ่งเราซึมซับไปเรื่อยๆ ยังไงภาษาอังกฤษก็คือภาษาอังกฤษ ไม่เคยคิดว่าคลาสไหนง่าย หรือ ยากเกินไป สุดท้ายการเข้าเรียนมันคือการสะสมเก็บความรู้ไปเรื่อยๆ เพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นค่ะ

TOEIC
765

เคยไหมที่รู้สึกกลัวและอายที่จะพูดภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติ หรือแม้กระทั่งกับคนไทยด้วยกันเอง? เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นกับ “น้องหวาน เฟื่องลดา มะโนกิจ” นักเรียนคอร์ส Unlimited Weekend 6 months ของเรามาแล้วค่ะ สาเหตุเพราะสมัยเด็กถูกเพื่อนๆ ล้อเรื่องพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จนกลายเป็นปมฝังใจและเกลียดภาษาอังกฤษอยู่ช่วงหนึ่งของชีวิต อะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้น้องหวานก้าวข้ามผ่านความกลัว จนทุกวันนี้สามารถพูดคุยภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจ แถมล่าสุดเมื่อวันที่ 14 Nov 2017 ที่ผ่านมา น้องหวานยังสอบโทอิคได้ 765 คะแนนอีก (Listening 405, Reading 360)  ติดตามเรื่องราวของน้องได้ในบทสัมภาษณ์ด้านล่างนี้เลยค่ะ

 

Q: ทราบมาว่าน้องหวานไม่เคยเข้าเรียนคลาส TOEIC เลย แต่สอบครั้งแรกก็ได้ถึง 765 คะแนนแล้ว คิดว่าเป็นเพราะอะไรคะ  

A:  ที่มาสมัครเรียนตอนแรก ตั้งใจว่าจะสอบ IELTS เพื่อสมัครเรียนต่อปริญญาโท เลยไม่เคยเข้าเรียนคลาส TOEIC เลย ทีนี้มีช่วงพลิกผัน เพราะหวานอยากสมัครงานจึงจำเป็นต้องสอบ TOEIC ค่ะ ถึงจะไม่เคยเรียน TOEIC แต่หวานมองว่า ที่มาเรียนอาทิตย์ละ 2 วันเนี่ย เราได้ฝึกทุกทักษะทั้ง ฟัง พูด อ่าน เขียน ซึ่งเราซึมซับไปเรื่อยๆ ยังไงภาษาอังกฤษก็คือภาษาอังกฤษ ไม่เคยคิดว่าคลาสไหนง่าย หรือ ยากเกินไป สุดท้ายการเข้าเรียนมัน คือ การสะสมเก็บความรู้ไปเรื่อยๆ เพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นค่ะ

.

Q:  น้องหวานได้ฝึกทำข้อสอบ TOEIC เยอะแค่ไหนคะ

A:  ฝึกทำข้อสอบแค่ 4-5 ชุดเองค่ะ มาฝึกทำช่วงก่อนไปสอบแค่อาทิตย์เดียว ซึ่งเอาเทคนิคที่เรียนมาจากคลาส IELTS เนี่ยแหล่ะค่ะ มาใช้ในการทำข้อสอบ TOEIC ตอนที่ฝึกทำหวานได้ประมาณ 600 คะแนน ไม่เคยได้เกิน 700 คะแนนเลย แต่สอบจริงได้ 765 คะแนน ซึ่งเยอะกว่าที่คิดไว้มากค่ะ

.

Q:  มีเทคนิคในการทำข้อสอบอย่างไรบ้างคะ

A:  ถ้า Listening ต้องตั้งสติให้ดีค่ะ เพราะว่ามันเร็วมากจริงๆ ส่วนเรื่อง Reading หวานใช้เทคนิคการอ่านเร็วแบบ Skimming กับ Scanning โดยหา Keyword ก่อนเลยค่ะ แต่ที่สำคัญที่สุด หวานมีความเชื่อว่า ถ้าฝึกทำทุกวัน เราก็จะทำได้ในสักวันหนึ่ง และโชคดีที่หวานเป็นคนไม่ค่อยท้อ วันนี้ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ค่อยทำใหม่ ^_^

.

Q:  แต่กว่าจะประสบความสำเร็จ สมัยเด็กน้องหวานมีปมฝังใจที่ทำให้เกลียดภาษาอังกฤษไปช่วงหนึ่งเลย ช่วยเล่าให้เพื่อนๆฟังได้ไหมคะ ว่าเกิดอะไรขึ้น

A:  สมัยประถม หวานเรียนโรงเรียนสองภาษา (Bilingual School) แต่ถูกเพื่อนแกล้งและล้อเลียนเรื่องภาษาอังกฤษตลอด เพราะเราพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เลยทำให้พาลเกลียดภาษาอังกฤษไปเลย พอระดับมัธยมหวานย้ายไปเรียนโรงเรียนรัฐบาล ซึ่งตอนนั้นรู้สึกดีกับภาษาอังกฤษขึ้นมานิดนึง เมื่อเทียบกับเพื่อนๆหวานกลายเป็นเด็กเก่งไปเลย แต่ยังคงมีปมเรื่องไม่กล้าคุยกับคนต่างชาติ กลัวพูดผิด เวลาเจอเพื่อนที่เก่งภาษาอังกฤษก็ไม่กล้าสู้ค่ะ

.

Q:  แล้วมาปลดล็อคตัวเองให้กล้าพูดภาษาอังกฤษได้ตอนไหนคะ 

A:  ปลดล็อคตัวเองได้จริงๆตอนที่เริ่มทำงานและมาเรียนที่ English Parks นี่แหล่ะค่ะ เห็นพี่ๆที่ทำงานพูดภาษาอังกฤษกันเก่งมาก เราก็อยากเก่งแบบนั้นบ้าง เลยมานั่งคิดว่า ถ้าอยากเก่ง เราจะท้อไม่ได้นะ เลยสมัครเรียนพิเศษภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ข้อดีของการเรียนพิเศษ คือ เราจะพูดอะไรก็ได้ พูดไปเหอะ พอพูดออกไปแล้วก็รู้สึกว่า ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลยซักนิด ทำไมกลัวอยู่ได้ตั้งนาน อาจารย์ที่นี่ก็ช่วยให้กำลังใจตลอด ทำให้หวานมีความมั่นใจในการพูดมากขึ้นค่ะ ^_^

.

Q:  สำหรับการมาเรียนที่อิงลิชพาร์ค คลาสเรียนไหนที่น้องหวานชอบเป็นพิเศษคะ

A:  ชอบทุกคลาสเลยค่ะ แต่ที่ชอบมากเลยคือ คลาส Conversation เพราะอยากฝึกพูดและคุยภาอังกฤษ ขนาดมาเรียนแค่เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ แต่หวานพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุเพราะพยายามฝึกฝนตลอด และมาเรียนสม่ำเสมอ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ก็สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นแล้วค่ะ ถ้ามาเรียนแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆ หวานคงพูดภาษาอังกฤษได้ไปนานแล้ว ^_^

.

Q:  แล้วคลาสอื่นๆเป็นอย่างไรบ้างคะ

A:  คลาส Grammar ช่วยให้หวานเข้าใจวิธีการใช้แกรมม่าและโครงสร้างประโยคมากขึ้น ซึ่งช่วยในการเรียน Sentence Writing ได้ดีสุดๆ และที่ชอบมาก คือ คลาส Reading Comprehension ซึ่งทำให้หวานอ่าน passage ได้เร็วขึ้นมากจริงๆ พอเข้าเรียนคลาส IELTS เลยไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการอ่านเท่าไหร่ แต่ที่มีปัญหาหนักเลย คือ Writing ค่ะ

.

Q:  ที่บอกว่ามีปัญหาเรื่อง Writing หลักๆ เลยคือเรื่องอะไรหรอคะ 

A:  ไม่รู้จะเขียนอะไร แถมเขียนผิดแบบโง่ๆ ถึงขนาดที่อาจารย์บอกว่าอ่านไม่รู้เรื่องเลยค่ะ สาเหตุเพราะหวานคิดเป็นภาษาไทยมากเกินไป แต่พอได้ฝึกเขียนบ่อยๆตาม Pattern ที่อาจารย์สอน หวานก็เริ่มปลดล็อควิธีการเขียนแบบเดิมๆและมีไอเดียที่จะเขียนมากขึ้นค่ะ

.

Q:  น้องหวานมีวิธีฝึกภาษาอังกฤษนอกห้องเรียนอย่างไรบ้างคะ

A:  พยามยามฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอดนะคะ หวานมองว่า เรื่องของภาษาอังกฤษมันเป็นเรื่องของระยะเวลา พอเราใช้เวลาอยู่กับมันเรื่อยๆ เราจะซึมซับไปเองโดยอัตโนมัติ วันดีคืนดีก็รู้สึกว่าได้ขึ้นมาเองซะงั้น พอไปเปิดฟังข่าว BBC เอ้ย! เราก็พอได้นี่ ฟังรู้เรื่องเป็นอันใช้ได้

.

Q:  การเรียนที่อิงลิชพาร์ค แตกต่างจากการเรียนพิเศษที่อื่นไหมคะ

A:  แตกต่างนะคะ เพราะที่นี่มีการวางแผนเป็นขั้นตอนให้เลย ว่าเราควรจะต้องเรียนอะไร เสริมทักษะไหนบ้างที่สำคัญและจำเป็น หรือถ้าคุณจะไปสอบอะไรก็แล้วแต่ พี่ๆสต๊าฟ จะแนะนำเลยว่าคุณต้องทำแบบนี้นะ ให้ฝึกทำข้อสอบซึ่งใกล้เคียงกับของจริงมาก ซึ่งวิธีแบบนี้มันช่วยให้เราตื่นตัวและขยันมากขึ้นด้วยค่ะ อีกอย่างอาจรย์ที่นี่เก่งมากค่ะ บรรยากาศการเรียน เพื่อนๆก็สนุกสนานเฮฮามาก ^_^

.

Q:  สุดท้ายอยากให้น้องหวานฝากถึงผู้ที่กลัวการพูดภาษาอังกฤษ หรืออาจเคยมีประสบการณ์ถูกเพื่อนล้อจนเกิดปมในใจอย่างที่น้องหวานเคยเป็นมาก่อนสักนิดนึงค่ะ

A:  อยากให้มองว่านี่เป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนาตัวเองมากกว่าที่จะคิดว่ามันคือปมด้อยของเราค่ะ ไม่มีอะไรที่ยากเกินไป จนเราทำไม่ได้ แค่อาจต้องใช้เวลามากกว่าคนที่เขาเก่งๆก็เท่านั้นเอง สุดท้ายต้องมีสักวันที่เราทำได้ ขอเพียงแค่อย่าท้อ แต่ถ้ารู้สึกท้อขึ้นมาจริงๆ อย่าถอยเด็ดขาดนะคะ เพราะถ้าเราไม่ทำหรือหยุดไว้แค่นั้น ก็ไม่มีทางเดินไปถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้ค่ะ

.
หมายเหตุ: ผลสอบของนักเรียนอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบด้วย อย่างไรก็ตามทางอิงลิชพาร์คพร้อมดูแลและช่วยให้นักเรียนทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียนตามเป้าหมายที่วางไว้ค่ะ