Testimonials

Testimonials Jane IELTS 7.5

09 November 2017

Jane IELTS 7.5

เจนชอบเทคนิคที่อาจารย์บิวสอนมากๆ ซึ่งมีประโยชน์และนำไปใช้ได้จริง เจนเคยพลาดบ่อยๆ เพราะโดนโจทย์หลอกจนงงไปหมด แต่ถ้าหา Keyword เจอ เราจะไม่โดนหลอกอีกต่อไปค่ะ

IELTS 7.5
Listening 8.5
Reading 8.0
Writing 6.0
Speaking 6.5

“น้องเจน ธันยพร เอี่ยมทอง” นักเรียนคอร์ส IELTS ของเรา ให้สัมภาษณ์ด้วยความภาคภูมิใจกับผลคะแนนสอบครั้งล่าสุด ที่สามารถทำคะแนนได้ถึง 7.5 ค่ะ น้องเจนบอกว่า นี่เป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายมากๆ และไม่น่าเชื่อว่าการเรียน IELTS ที่นี่ เพียงแค่ 3 เดือน จะทำให้เธอได้เทคนิคดีๆในการทำข้อสอบมากมายขนาดนี้ แต่กว่าน้องเจนจะประสบความสำเร็จอย่างที่เห็น เธอต้องลงสนามสอบอยู่หลายครั้งทีเดียวค่ะ
.
Q: น้องเจนนับว่ามีประสบการณ์ในการ สอบ IELTS มาพอสมควร สรุปสอบมาทั้งหมดกี่ครั้งแล้วค่ะ
A: 3 ครั้งค่ะ ครั้งแรกไปสอบหลัง เรียนที่ English Parks ไปได้เดือนนึง แต่คะแนนออกมาไม่ถึงเกณฑ์ที่อยากได้ ส่วนครั้งที่ 2 และ 3 ไปสอบหลังเรียนจบคอร์สแล้ว ซึ่งสอบห่างกันแค่อาทิตย์เดียวเอง เพราะเจนเผื่อไว้กรณีที่คะแนนครั้งที่ 2 ไม่ดี จะได้มีคะแนนสำรอง ผลสรุป คือ ครั้งที่ 2 ได้คะแนน Overall 6.5 และครั้งล่าสุดนี้ได้ 7.5 (Listening 8.5, Reading 8.0, Speaking 6.0 และ Writing 6.5) ซึ่งคะแนนดีขึ้นทุกครั้งที่สอบเลยค่ะ
.
Q: ทำไมถึงสมัครสอบในช่วงเวลาใกล้ๆ กันขนาดนี้ค่ะ
A: เจนอยากรีบไปเรียนต่อ ปริญญาโท สาขา Finance และต้องยื่นคะแนนอย่างช้าที่สุด คือ ต้นปีหน้า ส่วนมหาวิทยาลัยที่เลือกไว้ล้วนเป็น Top University ในสาขานี้ทั้งนั้น ซึ่งใช้คะแนนสูงพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น Warwick, Edinburgh หรือ Cass ตอนนี้เจนยื่นคะแนนได้ทุกที่ ยกเว้นที่ Imperial เท่านั้น ซึ่งทางมหาวิทยาลัยกำหนดคะแนนนขั้นต่ำทุกพาร์ทอยู่ที่ 6.5 แต่เจนได้ Speaking 6.0 เลยคิดว่าถ้าจะยื่นคะแนนที่นี่ด้วย อาจต้องสอบใหม่เร็วๆ นี้ค่ะ
.
Q: คะแนนดีขึ้นทุกครั้งที่สอบเลย คิดว่าเป็นเพราะอะไรค่ะ
A: ครั้งแรกที่คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะเจน ใจร้อนอยากได้คะแนน IELTS เร็วๆ เลยรีบไปสอบทั้งที่ยังไม่พร้อม แต่พอครั้งที่ 2 เรามีเวลาเตรียมตัวนานกว่า และได้ฝึกทำข้อสอบที่อิงลิชพาร์คเยอะกว่าด้วย เพราะฉะนั้นคะแนนเลยดีขึ้น ความจริงสอบครั้งที่ 2 นี่มั่นใจมากเลยว่าคะแนนผ่านแน่นอน พออาทิตย์ถัดมาสอบครั้งที่ 3 เจนไม่อ่านหนังสือเลยนะคะ กลายเป็นว่าพอไม่เครียดไม่กดดัน กลับทำคะแนนได้ดีที่สุด
.
Q: สมัยเรียน ป.ตรี ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาคอินเตอร์ ที่จุฬาฯ ภาษาอังกฤษของน้องเจนอยู่ในระดับไหนคะ?
A: เจนไม่เคยเรียนอินเตอร์มาก่อน ฉะนั้นช่วงแรกที่เข้าเรียนจึงยากมากค่ะ ทั้งที่สมัยมัธยมฯ เรียนภาษาอังกฤษได้เกรด 4 แต่พอมาเรียนที่จุฬาฯ โอ้โห รู้เลยว่าพื้นฐานเราแย่มากเมื่อเทียบกับเพื่อนๆ เพราะส่วนใหญ่เพื่อนเจนจบมาจากโรงเรียนนานาชาติ หรือไม่ก็เคยไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ เรียกว่าภาษาเป๊ะเว่อร์แทบทุกคน เจนใช้เวลาปรับตัวพอสมควรค่ะ ซึ่งทักษะที่เจนทำได้ดีที่สุด คือ Reading เพราะอ่าน Text เยอะมาก ส่วน Speaking นี่อ่อนที่สุดเลย เพราะมีโอกาสได้พูดแค่ตอนพรีเซนต์งานหน้าชั้นเรียนอย่างเดียว
.
Q: ทำไมถึงมาเรียน คอร์ส IELTS ที่ English Parks เพราะสมัยที่เรียนจุฬาฯ เจนยังสามารถปรับตัว และเรียนภาคอินเตอร์ได้โดยไม่ต้องเรียนเสริมที่ไหนเลย
A: สมัยเรียน ป.ตรี เรียกว่าเจนเอาตัวรอดเก่งค่ะ เลยไม่ได้ไปเรียนเสริมที่ไหน555 แต่เหตุผลหลักที่มา เรียนที่ English Parks เพราะก่อนหน้านี้ เจนไม่รู้เลยค่ะว่า IELTS คืออะไร เดิมทีตั้งใจว่าจะไปเรียนต่อภายในปีนี้ ทำให้มีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก คิดว่าถ้าอ่านหนังสือเองคงไม่น่ารอด แล้วเพื่อนก็แนะนำให้มาเรียนที่นี่ค่ะ ขนาดเพื่อนเจนเก่งภาษาอังกฤษมากนะคะ แต่เขายังมาเรียนเลย เพื่อนบอกว่าที่นี่สอนดี ซึ่งเจนก็เชื่อเพื่อนค่ะ555
.
Q: น้องเจนได้เทคนิคอะไรบ้างจากการมาเรียนคอร์ส IELTS ที่อิงลิชพาร์ค
A: สำหรับพาร์ท Reading ปกติเจนจะเป็นคนที่อ่านคำถามให้ครบก่อนทั้งหมด แต่ความจริงการทำข้อสอบ IELTS เราไม่ต้องอ่านคำถามครบทั้งหมดทีเดียวก็ได้ ให้แบ่งอ่านที่ละส่วน แล้วกลับไปอ่าน Passage ไล่ตามคำถามไป ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยให้ทำข้อสอบเร็วขึ้น

ส่วน Listening ยอมรับว่า ฟังในคลาสไม่รู้เรื่องเลยนะ แต่พอทำ Mock-Up Test รวมถึงตอนไปสอบจริงกลับได้คะแนนดีเกินคาด เจนชอบเทคนิคที่อาจารย์บิวสอนมากๆ ซึ่งมีประโยชน์และนำไปใช้ได้จริง เจนเคยพลาดบ่อยๆ เพราะโดนโจทย์หลอกจนงงไปหมด แต่ถ้าหา Keyword เจอ เราจะไม่โดนหลอกอีกต่อไปค่ะ555
.
Q: แล้วเรื่อง Speaking ที่น้องเจนบอกว่าไม่ถนัดที่สุด พอมาเรียนแล้วเป็นอย่างไรบ้างคะ 
A: เจนคิดว่า Speaking ไม่ยากถึงขั้นต้องใช้ภาษาระดับที่เป็น Academic English ขนาดนั้น แต่ว่าเราต้องพูดให้เหมือนที่ Native Speakers เขาใช้กัน สื่อสารให้ตรงจุด แล้วใช้คำที่เป็น Idioms และ Phrasal Verbs เยอะมาก ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่จะรู้แค่ Vocabulary แล้วเอาคำมาเรียงต่อๆ กัน เพราะฉะนั้นเรื่อง Collocation เลยไม่ค่อยมี นอกจากนี้อาจารย์บิวได้ให้เทคนิคในการเรียงลำดับขั้นและตรรกะในการพูด ที่ช่วยให้ได้คะแนนดีขึ้นค่ะ
.
Q: สำหรับ Speaking ตอนนี้ น้องเจนยังมีปัญหาหรือต้องปรับปรุงเรื่องไหนบ้าง
A: ถ้าต้องไปสอบใหม่ แล้วอยากให้คะแนนดีขึ้น เจนรู้เลยว่าต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองขนานใหญ่ เพราะการสอบ IELTS จะเป็นเหมือนการพูดคุยสนทนากัน แต่เจนมีวิธีการพูดที่เป็นแบบฉบับมาก คือ ตอบสั้นๆ ใช้โทนเสียงนิ่งๆ ไม่มีอารมณ์ร่วมไปกับสิ่งที่กำลังพูด ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับพอสมควร
.
Q: ตอนสอบจริง เหมือนหรือต่างจากที่น้องเจนฝึกทำ Mock-Up Test ค่ะ
A: เหมือนเลยค่ะ และการฝึกบ่อยๆ จะช่วยให้คุ้นเคยกับการทำข้อสอบมากขึ้น ประเมินได้ว่าเวลาผ่านไปเท่านี้แล้วเราควรทำถึงข้อไหน เพราะถ้าไม่วางแผน เราจะทำข้อสอบไม่ทัน เจนชอบที่อิงลิชพาร์คมากๆ ที่สามารถเข้ามาทำ Mock-Up Test และส่ง Writing ได้ไม่จำกัด เพราะก็ไม่รู้ว่าจะไปหาข้อสอบที่ไหนมาฝึกทำได้เยอะขนาดนี้ แล้วใครจะเป็นคนตรวจ Writing ให้ ยิ่งเรื่อง Speaking ถ้าเจนไม่เคยฝึกเลย แล้วไปเจอคำถามตอนสอบจริงคงช็อค เพราะไม่รู้แนวทางว่าควรตอบยังไง555
.
Q: น้องเจนคิดว่า การเรียน IELTS กับอาจารย์คนไทย มีข้อดีอย่างไรคะ?
A: ถ้าเรียนกับอาจารย์ฝรั่งคือมีข้อดีตรงที่เขาเป็น Native Speakers เราจะได้เรื่องสำเนียงการออกเสียง แต่อาจารย์คนไทยจะมีความเข้าใจนักเรียนไทยและ comment ได้ตรงจุดมากกว่าอาจารย์ฝรั่งที่เขาอาจไม่ค่อยเข้าใจรูปแบบวิธีการคิดของเรามากนักค่ะ
.
Q: น้องเจนคิดว่า ถ้าพื้นฐานภาษาอังกฤษเราอ่อนมาก การเข้าเรียน IELTS ภายในระยะเวลา 3 เดือนจะไหวไหม?
A: ส่วนตัวเจนคิดว่า เข้าเรียนได้นะคะ เพราะที่นี่อาจารย์จะสอนภาพรวม และใส่ใจนักเรียนทุกคน เรียกว่าเจาะเป็นรายบุคคลเลย แต่สุดท้ายแล้วเราจะได้คะแนนสอบมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของเราด้วย ถ้าพื้นฐานอ่อนมาก คงยากที่จะได้คะแนน 7.0 อย่างตัวเจนเองยังใช้เวลาเป็นปีเลยกว่าจะปรับตัวกับการเรียนอินเตอร์ได้ ขนาดไปเรียนทุกวันนะคะ
.
Q: มีอะไรบ้างที่อยากแนะนำน้องๆ เพื่อนๆ ที่จะต้องสอบ IELTS ?
A: การสอบ IELTS ต้องเตรียมตัวดีๆ นะคะ ไม่ใช่นึกจะไปสอบเมื่อไหร่ก็ได้แล้วด้นสดกันตอนสอบ555 ที่สำคัญคือไม่ใช่ท่องจำไปสอบ แต่เราต้องรู้เทคนิค รู้ว่าโจทย์ต้องการคำตอบแบบไหน
.
Q: การเรียนคอร์ส IELTS นอกจากจะเรียนเพื่อไปสอบแล้ว ยังมีประโยชน์ด้านอื่นอีกไหมคะ?
A: ความรู้ภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่ติดตัวเราไปตลอด อย่างเจนเองตอนนี้กำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบ GMAT อยู่ ซึ่งคำศัพท์ก็ไม่ต่างจากตอนเรียน IELTS ส่วนเรื่องการเขียนก็นำเทคนิคที่เรียนไปปรับใช้ในการทำข้อสอบ GMAT ได้ นอกจากนี้เรายังต้องใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวันอยู่ดี ไม่ว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ พูดคุยกับเพื่อนต่างชาติ หรือใช้ในการสัมภาษณ์งาน หรือทำงาน เป็นต้น เพราะฉะนั้นเรียนไปก็ได้ใช้ประโยชน์อยู่แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ในยุคนี้ถ้าคุณไม่ได้ภาษาอังกฤษเท่ากับคุณอยู่ต่ำกว่ามาตรฐาน อย่างน้อยคุณต้องมีความรู้บ้าง สื่อสารได้บ้าง แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าคุณเก่งภาษาอังกฤษ คุณก็จะมีภาษีที่ดีกว่าคนอื่น นับเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะเติบโตและก้าวหน้าในอาชีพการงานค่ะ

หมายเหตุ: ผลสอบของนักเรียนอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบด้วย อย่างไรก็ตามทางอิงลิชพาร์คพร้อมดูแลและช่วยให้นักเรียนทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียนตามเป้าหมายที่วางไว้ค่ะ