Testimonials

Testimonials Joe IELTS 6.5

08 November 2017

Joe IELTS 6.5

ชอบคอร์สเรียนที่เราได้เรียนครบทุกทักษะครับ เพราะบางโรงเรียนเขาก็สอนแต่ IELTS จริงๆ แต่ที่ English Parks ถ้าพื้นฐานยังไม่พร้อม เราก็มาเรียนเตรียมตัวก่อนได้ ซึ่งการเรียน IELTS ให้ได้ดีจริงๆ พื้นฐานเราต้องแน่นก่อน

IELTS 6.5
Listening 8.0
Reading 6.0
Writing 6.0
Speaking 5.5

การเตรียมตัวเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ การสอบ IELTS ให้ผ่านอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอนะคะ สิ่งสำคัญ คือเราควรเตรียมพื้นฐานภาษาอังกฤษของตัวเองให้พร้อมสำหรับการเรียนด้วยค่ะ มาดูตัวอย่างความสำเร็จของการเรียนของคุณโจ้ จารุกิตติ์ นักเรียนคอร์ส Unlimited English Weekend ที่ใช้เวลา 3 เดือนแรกเรียนรู้ทักษะพื้นฐานต่าง ๆ ให้แน่นก่อน ก่อนจะมาโฟกัสกับการทำข้อสอบ IELTS ในช่วง 3 เดือนหลังค่ะ อาจจะใช้เวลานานหน่อย แต่ขอบอกว่าผลที่ได้คุ้มค่าแน่นอนค่ะ ลองอ่านแนวทางการเตรียมสอบ IELTSจากคุณโจ้ได้เลยค่ะ

 

Q: รบกวนน้องโจ้แนะนำตัวนิดนึงค่ะ ตอนนี้ทำอะไรอยู่ และวางแผนการเรียนต่อไว้ยังไงบ้างค่ะ

A: สวัสดีครับ ชื่อโจ้ จารุกิตติ์ มหาภิรมย์ ตอนนี้ผมก็ทำงานเกี่ยวกับ Program Consultant ครับ ทำงานมาประมาณ 3 ปีกว่าแล้วครับ ผมอยากไปเรียนต่อที่อังกฤษทางด้าน Data Science ครับ เพราะว่าสาขานี้กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะได้เรียนเกี่ยวกับการพยากรณ์ข้อมูลครับ ตอนนี้ผมก็ดูมหาวิทยาลัยที่อังกฤษไว้ เพราะมีหลายๆที่เปิดสอนสาขานี้ และมีหลักสูตรที่เข้มข้น เลยคิดว่าน่าจะตอบโจทย์เราครับ

.

Q: น้องโจ้เริ่มวางแผนเรียนต่อมานานหรือยังคะ และคะแนน IELTS ที่น้องโจ้ต้องใช้ในการเรียนต่อคือประมาณเท่าไหร่

A: ก็เริ่มเตรียมตัวมาตั้งแต่ปลายปี 2016 คะแนนที่อยากได้ก็ IELTS 6.5 ซี่งตอนนี้ก็ได้ตามที่ต้องการแล้วครับ ^__^

.

Q: ก่อนจะมา เรียนที่ English Parks น้องโจ้เคยสอบ IELTS หรือเคยเรียนเพื่อเตรียมตัวเพื่อ สอบ IELTS มาก่อนหรือเปล่าคะ

A: ผมไม่เคยสอบและไม่เคยเรียนเกี่ยวกับ IELTS มาก่อนเลยครับ ก่อนมาเรียนที่ English Parks คือไม่รู้เลยว่า IELTS มันเป็นยังไง พอมาเรียนเลยทำให้เรารู้ว่า IELTS มีรูปแบบการสอบยังไง มีจุดตรงไหนบ้างที่ต้องระวัง

.

Q: น้องโจ้รู้จัก English Parks ได้ยังไงค่ะ แล้วอะไรที่ทำให้เราตัดสินใจเรียนที่นี่

A: หลังจากที่รู้ว่าผมต้องสอบ IELTS ก็ลอง search หาข้อมูลใน internet ดู ว่าเรียนที่ไหนดี ผมก็อยากได้ที่เรียนที่คนเรียนแล้วว่าใช้ได้จริง ได้คะแนนจริงๆไม่อยากเชื่อแค่คำโฆษณาเฉยๆ แล้วผมก็เจอ English Parks และได้เข้าไปดูเว็บไซต์ ก็รู้สึกว่าน่าสนใจดี เลยตัดสินใจลองเข้ามาเทสดูครับ

.

Q: พอตัดสินใจมาเทสแล้วทางเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำน้องโจ้ว่ายังไงบ้างคะ

A: ตอนนั้นพี่เขาก็แนะนำว่าว่าพื้นฐานผมยังไม่พร้อมที่จะเข้าเรียน IELTS และแนะนำคอร์ส Unlimited English ให้ เพื่อเรียนเตรียมพื้นฐานภาษาอังกฤษให้ดีขึ้นก่อน ผมก็เลยตัดสินใจเรียน Unlimited ครับ จะว่าแล้ว Unlimited มันก็เหมือนคอร์ส Pre-IELTS อ่ะครับ คือเนื้อหาจะไม่ใช่ IELTS แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้เวลาสอบอยู่แล้วครับ เช่น การออกเสียง (Pronunciation), การอ่าน, Grammar และ Speaking ครับ เหมือนเป็นการเรียนเพื่อเตรียมตัวเราให้พร้อมก่อน

.

Q: สาเหตุที่ทำให้น้องโจ้ตัดสินใจเรียนที่ English Parks คืออะไรคะ เพราะตอนนั้นไม่ได้ตั้งใจจะเรียน Unlimited Weekend เลยด้วยซ้ำ เพราะมีน้องๆ หลายคนพอรู้ว่าพื้นฐานไม่พร้อมสำหรับการเรียน IELTS ก็จะถอดใจไม่อยากเรียนแล้ว เพราะอยากจะเข้าเรียน IELTS เลย

A: เหตุผลหลักๆ คือผมก็ดูคะแนนจากที่เทสแล้วแล้ว ก็เห็นว่าผิดเยอะจริงๆ ยังไม่พร้อมที่จะเรียน IELTS จริงๆ ยอมรับว่าผมไม่รู้เลยว่า IELTS Speaking เป็นยังไง พอได้เห็นข้อสอบจริงก็เอ๋อเลยครับ ก็เลยคิดว่าเรียนแบบ General ไปก่อนดีกว่า พอพี่เจ้าหน้าที่เฉลยตัวเทส writing ให้ พี่เค้าเฉลยละเอียดมากครับ รวมถึงก็ให้คำแนะนำว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้างถ้าอยากได้ IELTS 6.5 ผมเลยตัดสินใจเรียนที่นี่เลยครับ

.

Q: นอกเหนือจากการเรียน Unlimited Weekend ที่โรงเรียนแล้ว ตอนนั้นน้องโจ้มีการเตรียมตัวเพิ่มเติมยังไงบ้างคะ เพราะพี่ได้ข่าวมาว่าเคยไปลองสอบ IELTS อยู่ครั้งนึง

A: ก็นอกเหนือจากการมาเรียนช่วงแรกแบบ General ที่ English Parks ผมก็กลับไปทบทวนและฝึกทำข้อสอบ IELTS เพิ่มเติมที่บ้านด้วยครับ เพราะผมตัดสินใจไปสอบ IELTS ครั้งแรกตอนที่เรียน Unlimited ช่วงแรก เพื่อดูว่าการสอบ IELTS จริงๆ เป็นยังไง ผลออกมาก็ได้คะแนน 5.5 ครับ ก็พอใจกับคะแนนนะครับ เพราะผมยังไม่ได้เข้าไปเรียน IELTS จริงๆ เลยครับตอนนั้น

.

Q: น้องโจ้คิดว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้เราสอบครั้งแรกแล้วได้ 5.5 เลย โดยที่ยังไม่ได้เริ่มเรียน IELTS เลย แค่มาเรียนแบบปูความพร้อมในส่วนของ Unlimited

A: ผมคิดว่าวิชาที่เราเข้าเรียนตอนเรียน Unlimited ค่อนข้างช่วยได้เยอะครับ เช่นวิชา Pronunciation ก็ทำให้เราออกเสียงได้ถูกต้อง ซึ่งมันเป็นส่วนนึงของเกณฑ์การให้คะแนนในพาร์ท IELTWS Speaking ครับ เพราะ Pronunciation คิดเป็นน้ำหนักคะแนน 25% เลย คือก่อนที่ผมจะมาเรียนผมรู้ตัวเลยว่าออกเสียงผิดเยอะมาก

ส่วนการเรียน Grammar ก็ช่วยเวลาทำข้อสอบพาร์ท Listening และ Reading นะครับ การรู้พวก Part of Speech ต่างๆ ก็ทำให้เราเดาคำศัพท์ได้ ว่าคำตอบควรจะเป็นอะไร แล้วทำให้เราตัดตัวลือกได้ โดยวเฉพาะพาร์ท Reading เวลาที่เขาให้เติมคำในช่องว่าง ซึ่งกับเวลาในการสอบที่มีค่อนข้างจำกัด ถ้าเราดูออกว่าโจทย์ต้องการคำประเภทไหนก็จะทำให้เราหาคำตอบได้ง่ายขึ้นครับ

ส่วนพาร์ท Writing คะแนนความถูกต้องในการใช้ Grammar ก็คิดเป็น 25% เลยครับ ซึ่งถ้าเราเขียนประโยคได้ถูก Grammar ถึงรูปประโยคจะไม่ซับซ้อนมากแต่ถ้าเราเขียนได้ถูกต้องก็สามารถทำคะแนนได้เช่นกันครับ

.

Q: หลังจากที่เรียน Unlimited Weekend จบน้องโจ้ก็ต่อคอร์สเพื่อเข้า เรียน IELTS กับทางอิงลิชพาร์คเลย คราวนี้ไปสอบใหม่หลังจากเข้าเรียน IELTS แล้ว คะแนนเป็นยังไงบ้างคะ คิดว่าการสอบครั้งแรกกับครั้งที่ 2 ต่างกันยังไง

A: คราวนี้สอบได้ IELTS 6.5 ครับ สิ่งที่ต่างจากตอนสอบครั้งแรกอย่างชัดเจนเลยคือ ความมั่นใจ เพราะเวลาเราเตรียมตัวเอง เราเตรียมได้แค่พาร์ท Listening กับ Reading ครับ ส่วน Writing กับ Speaking จำเป็นจะต้องมีคนช่วยตรวจ ช่วยให้คำแนะนำ อย่าง Speaking ถึงในชีวิตจริงเราจะพูดภาษาอังกฤษได้ดีขนาดไหนแต่เวลาไปสอบจะต่างกันครับ การพูดเพื่อให้ได้คะแนนบางครั้งจำเป็นจะต้องมีเทคนิคหรือมีทริคบางอย่าง ซึ่งไม่สามารถหาใน Internet ได้ เช่นเวลามาเรียนคุณครูจะบอกเลยว่าควรพูดแบบไหน ยกตัวอย่างยังไงให้เราได้คะแนนดีขึ้น

.

Q: แล้วคะแนน IELTS แต่ละพาร์ทที่สอบรอบที่ 2 เป็นยังไงบ้างคะ

A: ได้ Reading 8.0 จากตอนแรก 6.5, Listening 6.0, Speaking 6.0 และ Writing 5.5 ครับ

คือ Reading ที่คะแนนขึ้นมาเยอะผมคิดว่าเป็นเพราะการได้เรียนเรื่อง Part of Speech ครับ เพราะตอนแรกที่เราเตรียมตัวเองพอเจอข้อสอบที่เติมคำเยอะๆ ผมก็มึนเลยครับ พอเจอประโยคที่มันยาวมากๆ ก็ไม่แน่ใจ ลังเลว่าคำนี้มันคืออะไร แต่พอได้เรียน IELTS ปุ๊ป ก็ทำให้เรารู้ว่าคำนี้มันควรเป็น Noun หรือ Verb หรือ Adjective เวลาอาจารย์สอนในห้องเขาจะสอนให้เราอ่านโจทย์ก่อน แล้วให้เดาว่าคำนี้ควรจะเป็นอะไร แล้วเราก็พยายาม scan หาคำนั้นครับ หรือพวกคำที่เป็น Synonym ด้วย ส่วน Speaking ครั้งแรกได้แค่ 5.5 เพราะยังไม่รู้วิธีการตอบ เวลาตอบก็พูดไปเรื่อยๆ พอมาเรียนก็รู้ว่าเออบางเรื่องเราก็ต้องสร้างเรื่องขึ้นมานะเพื่อที่จะให้ได้คะแนนดีๆ

.

Q: นอกเหนือจากการมาเรียนที่โรงเรียน น้องโจ้มีวิธีการเตรียมตัวสอบเพิ่มเติมยังไงบ้างคะ รบกวนแชร์ให้เพื่อนๆ นิดนึงค่ะ

A: ผมอาศัยการอ่านบ่อยๆ ครับ และฝึกทำข้อสอบให้ได้วันละ 2 ช.ม.โดยจะเน้นไปที่ Listening กับ Reading ในวันธรรมดา และ Writing กับ Speaking ในส่วนของเสาร์-อาทิตย์ครับ

ส่วนเวลาเรียนที่โรงเรียนถ้ามีศัพท์อะไรที่น่าสนใจก็จะจดใส่มือถือเอาไว้ดูเวลานั่งรถไปทำงานครับ

.

Q: มีประสบการณ์ให้การสอบ IELTS มาทั้งหมด 2 ครั้ง ในทั้งหมด 4 พาร์ทของ IELTS น้องโจ้คิดว่าพาร์ทไหนที่เราพอได้และพาร์ทไหนที่เรากังวลมากที่สุดคะ

A: พาร์ทที่พอได้เอาจริงๆ คือไม่มีเลยครับ 55555 แต่ที่กลัวที่สุดคือ Writing ครับ เพราะแค่เขียนเรียงความเป็นภาษาไทยยังลำบากเลย ปัญหาคือโจทย์บางเรื่องนี่คิดคำตอบไม่ออกเลยครับว่าจะเขียนยังไง

ครั้งแรกที่สอบเลยได้ Writing 5.0 ไปสอบรอบ 2 ได้ Writing 5.5 ครับ ก็ถือว่าโอเคแล้ว เพราะครั้งแรกเขียนสะเปะสะปะมากครับ ส่วน Reading ที่คะแนนขึ้นเยอะ ตอนแรกก็ตกใจเหมือนกันครับ 5555 นอกจากเรื่อง Part of speech ที่สำคัญมากจริงๆ อาจารย์ก็ให้เทคนิคการทำ Reading ในส่วนที่เป็น True, False, Not Given ด้วยครับ ว่าต้องดูยังไงบ้าง

.

Q: น้องโจ้ชอบการเรียนที่ English Parks ตรงไหนคะ และอยากให้โรงเรียนเสริมหรือปรับปรุงตรงไหนเพิ่มเติมบ้าง

A: ชอบคอร์สเรียนที่เราได้เรียนครบทุกทักษะครับ เพราะบางโรงเรียนเขาก็สอนแต่ IELTS จริงๆ แต่ที่ English Parks ถ้าพื้นฐานยังไม่พร้อม เราก็มาเรียนเตรียมตัวก่อนได้ ซึ่งการเรียน IELTS ให้ได้ดีจริงๆ พื้นฐานเราต้องแน่นก่อน เพราะอย่างบางคนเน้นเรียนแค่เอาเทคนิคเพื่อทำข้อสอบให้ผ่าน แต่พอไปเรียนต่างประเทศจริงๆ ก็มีหลายคนที่มีปัญหาเพราะภาษาเราไม่แน่นจริงๆ ครับ

แต่ที่ English Parks เวลามาเรียนเขามีห้องให้เราเลือกเรียนครับ เช่นวันเสาร์บ่าย จะมีห้อง Grammar 3 ชั่วโมง ห้อง Speaking 3 ชั่วโมง ตอนเช้าก็มีห้อง Pronunciation กับห้อง Reading และ Error Correction ให้เราได้ฝึกครับ ซึ่งพวกทักษะเหล่านี้เราสามารถเอาไปใช้เวลาที่เรียนต่างประเทศได้

ส่วน Sentence Writing ก็เป็นคลาสที่ทำให้เราเขียนประโยคได้ถูกต้องมากขึ้นครับ และการสอนก็เป็นคลาสเล็กๆ ครับ อาจารย์ดูแลนักเรียนได้ทั่วถึง เวลาให้ตอบคำถาม อาจารย์จะเห็นได้ชัดเลยครับว่าใครตามไม่ทัน เวลาเรียน Speaking จะนั่งเป็นวงกลม ซึ่งมันช่วยกระตุ้นให้เราพูดมากขึ้น ในส่วนที่อยากให้เสริมคืออยากให้โรงเรียนจัดทำ list คำศัพท์ของพาร์ท Reading กับ Listening ขี้นมาครับ เอาเป็นศัพท์ที่ต้องเจอบ่อยๆ โดยเฉพาะ Reading ครับ สัก 100 คำ เรียงตามอักษร ส่วน Writing อาจารย์จะคอยให้ศัพท์เพิ่มเติมอยู่แล้วครับ

.

Q: น้องโจ้อยากฝากอะไรถึงเพื่อนๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบ IELST บ้างคะ โดยเฉพาะๆ เพื่อนที่พื้นฐานอาจจะไม่ดีมาตั้งแต่ต้น

A: การสอบ IELTS เป็นการสอบที่ยาก แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินไป คนที่คะแนนยังไม่ถึงก็อย่าท้อครับ เพราะการจะสอบ IELTS ให้ได้นั้น จำเป็นจะต้องมีพื้นฐานที่ดีก่อน อย่างผมตอนแรกที่มาที่นี่ก็อยากเรียน IELTS แต่พื้นฐานยังไม่พร้อม แต่ก็ตัดสินใจที่จะเรียน Unlimited ก่อนเพื่อเตรียมตัว ผมเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เราพยายามแล้วจะทำไม่ได้ครับ

หมายเหตุ: ผลสอบของนักเรียนอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบด้วย อย่างไรก็ตามทางอิงลิชพาร์คพร้อมดูแลและช่วยให้นักเรียนทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียนตามเป้าหมายที่วางไว้ค่ะ