Testimonials

Testimonials N’June IELTS 6.5

30 May 2016

N’June IELTS 6.5

ที่ English Parks จะมีคนคอยแนะนำให้ เช่นอาจารย์ก็จะคอยบอกในเรื่องที่จูนอ่อนหรือมีปัญหา พวก Materials หรือหนังสือต่างๆ ก็ดีมีให้พร้อม จูนเลยรู้สึกว่าได้ไวมากๆ จากที่วางแผนว่าต้องเตรียมตัว 6 เดือน กลายเป็นแค่ 1-2 เดือนเองค่ะ

IELTS 6.5
Listening 6.0
Reading 7.5
Writing 6.0
Speaking 6.0

น้องจูน กันต์กมล นักเรียนคนเก่งอีกคนของ English Parks ที่ใช้แวลาเตรียมสอบ IELTS แค่ 2 เดือน ก็สามารถทำคะแนนรวมได้ 6.5 ในการสอบครั้งแรกเลยค่ะ (Listening 6.0, Reading 7.5, Writing 6.0, Speaking 6.0)
นอกจากนี้น้องจูนยังได้รางวันเป็นเช็คเงินสดมูลค่า 7,000 บาท จากโครงการ IELTS Test Challenge ของทาง English Parks ด้วย ยินดีด้วยอีกครั้งนะคะ ^___^

มาอ่านเทคนิคการเตรียมตัวสอบ IELTS จากน้องจูนกันเลยค่ะ

Q: น้องจูนรู้จัก English Parksได้ยังไงค่ะ
A: ตอนแรกจูนคุยกับเพื่อนที่เขาอยากไปเรียนต่อเหมือนกัน ซึ่งเพื่อนไปเรียนกับอีกสถาบันนึงมาเรียบร้อยละ แล้วเพื่อนรู้สึกว่ามันยังไม่พอ ก็เลยหาที่เรียนเพิ่ม จูนก็เลยฝากเพื่อนหาที่เรียนให้ด้วย ปรากฎว่าเพื่อนแนะนำให้มาที่อิงลิชพาร์ค จูนเข้าไปดู ก็ดูน่าสนใจ เลยลองโทรเข้ามาคุยและเข้ามาทำแบบทดสอบ รู้สึกชอบบรรยากาศ ก็เลยตัดสินใจเรียนที่นี้ค่ะ

Q: ทำไมจูนถึงเลือกเรียนคอร์ส IELTS ค่ะ
A: จูนมีแพลนว่าจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศค่ะ เป็นแถบยุโรป เลยคิดว่าถ้าจะไปเรียนที่โน้น สิ่งแรกเลยที่ต้องทำคือ สอบ IELTS ให้ผ่านตามที่มหาลัยต่างๆต้องการ

Q: แล้วน้องจูนมีการเตรียมตัวยังไงบ้างสำหรับการสอบครั้งนี้ เพราะเป็นการสอบครั้งแรกด้วย และมีเวลาเตรียมตัวจริงๆ 2 เดือนนิดๆ เอง
A: จูนไปสอบครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ปุบปับมาก เพราะว่าตอนแรกตั้งใจจะไปสอบช่วงมกราปี 58แต่กลายเป็นว่าทุนที่เราต้องยื่น เขาจะให้ส่งคะแนนก่อน 14 ธันวาคม 57 จูนก็เลยมาดูตาราง ดูแล้วทุกอย่างควรจะลงตัวตั้งแต่ 22 พฤศจิกายน เดี๋ยวผลคะแนนจะออกไม่ทัน ดังนั้นสิ่งที่จูนเตรียมตัวอันดับแรกเลยก็คือ ทำแบบฝึกหัดเยอะๆค่ะทั้งในห้องเรียน และก็การบ้านที่อาจารย์ให้ รวมถึงเข้ามาใช้ Self-learning และทำการบ้านที่พี่สต๊าฟจัดให้ด้วยเป็นชุดๆ ทุกวัน และสุดท้ายก็ทำ Mock up test เยอะๆ ค่ะ ^__^

Q: แล้วน้องจูนคิดว่าการเตรียมตัวแบบนี้ มันช่วยจูนได้เยอะไหมคะ
A: ช่วยเยอะมากๆๆๆ ค่ะ จูนรู้สึกว่าปัญหาที่คนส่วนใหญ่เจอเวลาทำข้อสอบคือทำไม่ทัน เพราะอาจจะไม่เคยลองทำข้อสอบจริงๆ ไม่เคยจับเวลาจริงจัง และที่สำคัญคนจะประมาทกัน อย่าง Writing เนี้ยให้เขียน 150 คำกับ 250 คำ เราก็รู้สึกว่ามันไม่เยอะ แต่พอเขียนจริงๆ มันไม่ทัน อย่างครั้งแรกที่จูนลองทำข้อสอบจริงๆ ก็รู้เลยว่ามันไม่ทัน คือถ้าเราจะให้ถูกทั้งแกรมม่าและคำศัพท์นี้มันไม่ทันค่ะ 555 ฉะนั้นการแก้ปัญหาคือ ฝึกทำโจทย์เยอะๆ เราก็จะรู้ตัวเองว่าต้องเขียนประมาณไหน

Q: สำหรับการสอบครั้งแรก น้องจูนพอใจกับคะแนนที่สอบที่ได้มั้ย
A: ก็พอใจค่ะ ได้คะแนนรวม 6.5 (Listening 6.0, Reading 7.5, Writing 6.0, Speaking 6.0) แต่จูนก็รู้สึกว่าจูนพลาดในส่วน Listening ที่ควรจะได้เยอะกว่านี้ อาจจะเพราะตื่นเต้นและก็สะเพร่าทำให้สะกดผิด ลืมเติม S ไปบางข้อด้วยค่ะ

Q: การมาเรียนและเตรียมตัวที่ English Parks ช่วยน้องจูนในการสอบ IELTS อย่างไรบ้าง
A: จูนคิดว่าถ้าเราเตรียมตัวเอง อย่างแรกที่เป็นปัญหาเลยคือ เรื่องวินัยค่ะเพราะควบคุมยาก อีกอย่างคือเรื่องหนังสือในการเตรียมสอบต่างๆ เพราะถ้าเราไปเดินดูเองที่ร้านหนังสือ มันมีเยอะมากๆ เลือกไม่ถูก ไม่รู้ว่าเล่มไหนจะเหมาะกับพื้นฐานภาษาอังกฤษของเรา เช่น หนังสือบางเล่ม Grammar แน่นมากแต่วิธิการเขียนมันไม่เป็นธรรมชาติ บางเล่มก็มีปัญหาเรื่องคำศัพท์
แต่การมาเรียนที่ English Parks จะมีคนคอยแนะนำให้ เช่นอาจารย์ก็จะคอยบอกในเรื่องที่จูนอ่อนหรือมีปัญหา พวก Materials หรือหนังสือต่างๆ ก็ดีมีให้พร้อม จูนเลยรู้สึกว่าได้ไวมากๆ จากที่วางแผนว่าต้องเตรียมตัว 6 เดือน กลายเป็นแค่ 1-2 เดือนเองค่ะ

Q: น้องจูนมีคำแนะนำอะไรสำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวสอบ IELTSไหมคะ
A: จูนว่าก่อนอื่นเลยคือเราต้องหาให้เจอก่อนว่าเราอ่อนหรือมีปัญหาตรงไหน เพราะจูนว่าการวางแผนในการเตรียมตัวสอบ เราควรจะรู้ว่าเราควรทุ่มเทให้กับ Part ไหนเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า Part ที่ดีแล้วจะปล่อยไปเลย ไม่ทบทวนนะคะ เช่น จูนรู้ว่าจูนทำ Readingได้ จูนก็จะเรื่อยๆ กับ Reading แต่ในส่วนของ Writing ซึ่งเป็นจุดออ่อนของจูนถ้าจูนไม่ฝึกเลยมันก็ไม่ช่วยอะไร ดังนั้นเราควรจะหาจุดอ่อนให้เจอแล้วแก้มันซะ

Q: สุดท้ายละ น้องจูนมีความประทับใจกับ English Parks ยังไงบ้าง
A: อันดับแรกเลยคือเรื่องของบรรยากาศที่โรงเรียนค่ะ ทั้งสถานที่เอง แล้วก็ในส่วนของอาจารย์และพี่ๆ สต๊าฟ เพราะเวลาที่จูนมาที่ English Parks จูนมีความรู้สึกว่าเราพร้อมที่จะคุยกับพี่ๆ ทั้งในส่วนของเรื่องการสอบ แล้วก็เรื่องของการบ้านต่างๆ คือมันไม่ใช่ความรู้สึกแบบส่งการบ้านแล้วกลัวผิด หรือกลัวโดนดุ แต่ประมาณว่าเอาการบ้านมาให้พี่ๆ ช่วยดูให้ มาขอคำปรึกษาอาจารย์แบบนี้อ่ะค่ะ มันรู้สึกดีกว่าไปโรงเรียนปกติ มันไม่กดดันเหมือนมาคุยกับเพื่อน ผลที่ได้ก็เลยดี เพราะเรากล้าพูดถึงปัญหาและขอคำปรึกษา อีกอย่างคือในห้องเรียนก็จะเป็นห้องเล็กๆ นักเรียนไม่เยอะ อาจารย์ก็สามารถดูแลและให้เวลากับนักเรียนแต่ละคนได้อย่างเต็มที่ค่ะ

หลังจากอ่าน testimonial ตรงนี้แล้ว ทางโรงเรียนหวังว่าน้องๆ จะเกิดแรงบันดาลใจ มุ่งมั่นในการทำความฝันของตัวเองให้สำเร็จกันนะคะ ^___^

หมายเหตุ: ผลสอบของนักเรียนอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบด้วย อย่างไรก็ตามทางอิงลิชพาร์คพร้อมดูแลและช่วยให้นักเรียนทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียนตามเป้าหมายที่วางไว้ค่ะ