Testimonials

Testimonials N’Mill TU-GET 610 / SAT 1120

30 May 2016

N’Mill TU-GET 610 / SAT 1120

ตอนนี้มิวรู้สึกได้ว่ามิวพูดในระดับ Academic มากขึ้น ก่อนที่จะมาเรียนก็พูดได้บ้าง แต่มันก็เป็นการใช้ทั่วๆ ไป และก็ไม่ค่อยกล้าที่จะพูดเท่าไหร่ พอมาเรียนแล้วทำให้เรากล้าพูดมากขึ้น เนื่องจากพูดแล้วมันถูกหลัก เลยทำให้มีความมั่นใจในการพูดมากขึ้นด้วยค่ะ

TU-GET
610

วันนี้มีบทสัมภาษณ์น้องมิวมาให้อ่านกันค่ะ

น้องมิวเป็นนักเรียนของ English Parks ที่นอกจากจะเพิ่งสอบติด Internation College ของมหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC) แล้ว น้องยังสามารถทำคะแนน SAT ออกแล้วค่ะได้สูงถึง 1120 คะแนนจาก 2 Part
– Math 700 คะแนน
– Critical Reading 420 คะแนน

ซึ่งก่อนหน้าก็ไปสอบ TU-GET มาแล้ว ได้ 610 คะแนน ซึ่งเพียงพอกับการสมัครคณะ Bachelor or Economics ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตามที่น้องต้องการแล้วค่ะ ^____^

ใครกำลังเตรียมตัวสอบ MUIC, TU-GET และ SAT ลองอ่านกันดูเลยค่ะ ^^

Q : แนะนำตัวนิดนึงครับ
A : สวัสดีค่ะ ชื่อ มิวค่ะตอนนี้มิวเรียนอยู่ชั้น ม.6 หลักสูตร Mini English Program ที่โรงเรียน มัธยมวัดนายโรงค่ะ

Q : โดยส่วนตัวน้องมิวชอบภาษาอังกฤษอยู่แล้ว หรือเปล่าครับ
A : ชอบค่ะ เพราะรู้สึกว่า มีโอกาสได้ใช้ในชีวิตประจำวัน แตกต่างจากวิชาอื่นๆ อย่าง เลข หรือ ฟิสิกส์ ที่ต้องเอาไป apply แต่สำหรับภาษาอังกฤษ เรียนแล้วสามารถนำไปใช้ได้ทันที สามารถฝึกต่อได้เรื่อยๆ และพัฒนาได้เรื่อยๆ ค่ะ

Q : เป้าหมายของน้องมิว ในการเรียนภาษาอังกฤษกับ English Parks คืออะไรครับ
A : มิวเรียนที่นี่ ตั้งแต่ อยู่ ม.5 เทอม 2 ค่ะ เป้าหมายของมิวคือ เตรียมตัวไว้เพื่อจะสอบ Entrance เข้าเรียนใน มหาวิทยาลัยที่เป็น International Program ค่ะ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC) ซึ่งมิวก็ทราบว่านักเรียนของ English Parks หลายคนสอบเข้า MUIC ได้ค่ะ

Q : นอกจากเป้าหมายเพื่อใช้สอบ เข้าคณะ MUIC แล้ว น้องมิว ยังเลือกเรียน SAT ในคอร์ส Private ด้วย เพื่อเตรียมตัวสำหรับสอบเข้าคณะ Inter ในมหาลัยอื่นด้วยรึเปล่าครับ
A : ใช่ค่ะ เพราะหลายมหาลัย เช่น จุฬาฯ หรือธรรมศาสตร์ ในคณะ Inter บางคณะจำเป็นต้องใช้คะแนน SAT ค่ะ มิวคิดว่าเป็นการเพิ่มโอกาสให้ตัวเองด้วย

Q : ความแตกต่างของการเข้าคณะ Inter ในแต่ละมหาลัยแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ และต้องเตรียมตัวแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ
A : สำหรับ MUIC จะใช้คะแนน TOEFL ที่ต้องใช้ครบทุกทักษะทั้ง ฟัง พูด อ่าน เขียน ซึ่งต้องแม่นเรื่อง Structure พอสมควร
แต่สำหรับมหาลัยอื่นจะต้องมีคะแนน SAT ด้วยค่ะ ซึ่งข้อสอบ SAT จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
– ส่วนของภาษาอังกฤษ มิวต้องเน้นคำศัพท์และ Reading มากขึ้นเพราะมิวรู้สึกว่ายากกว่า TOEFL ค่ะ
– ส่วนคณิตศาสตร์ ทำให้มิวต้องเตรียมตัวในส่วนของคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้นด้วยค่ะ
แต่ในส่วนคะแนนภาษาอังกฤษเราจะเลือกใช้คะแนน CU-TEP, TU-GET, IELTS หรือ TOEFL แทนก็ได้ค่ะ

Q : น้องมิวได้ สอบข้อสอบอะไรมาบ้างแล้วครับ
A : มิวสอบ SAT ทั้งหมด 3 ครั้งค่ะ ครั้งแรก มีปัญหาเรื่องเลขบัตรประชาชนของมิวเอง คะแนนของมิวเลยไม่ออก ครั้งที่ 2 ไปสอบ ผลออกมาได้ 1,080 ค่ะ ตั้งเป้าไว้ที่ 1,100 ค่ะ ขาดอีก 20 คะแนนเอง เลยต้องมีการไปสอบครั้งที่ 3 ซึ่งได้คะแนน 1,120 ค่ะ และเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็ได้ไปสอบ TOEFL ครั้งแรก มาค่ะ ผลข้อเขียนเพิ่งออกมา คะแนนทีมิวได้ติด ระดับ College ของ MUIC เลยค่ะ ตอนนี้สัมภาษณ์ไปแล้ว ค่อนข้างมั่นใจค่ะ เพราะก่อนสัมภาษณ์ อาจารย์จ๋าย ก็ช่วยซ้อมให้ด้วย ว่าควรตอบคำถามยังไงบ้างค่ะ นอกจากนี้ก็มี TU-GET ค่ะ

Q : อยากให้น้องมิวช่วยแชร์ประสบการณ์การเตรียมตัวสอบ SAT และ TOEFL ให้เพื่อนๆหน่อยครับ
A : สำหรับ SAT มิวมีเวลาเดือนครึ่งในการสอบรอบใหม่ค่ะ มิวเรียน SAT กับพี่หนุ่ม พี่หนุ่มช่วยมิวเยอะเลย จริงๆ มิว ไม่ค่อยขยันเท่าไหร่ พี่หนุ่มสอนเลขเป็นหลักค่ะ โดยจะเน้นการฝึกฝนทำโจทย์ เพื่อให้คุ้นกับโจทย์ให้มากที่สุด พี่หนุ่มแนะนำว่าถ้าเราฝึกฝนถึงจุดนึงโจทย์ก็จะออกคล้ายๆ เดิม ไม่ต่างจากเดิมมาก ซึ่งตรงนี้ช่วยมิวมาก ที่พี่หนุ่มย้ำอีกเรื่องก็คือเรื่องความรอบคอบ เพราะโจทย์ SAT มีหลอกตลอด ^^”
นอกจากนี้พี่หนุ่มก็จะแทรกส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษที่จำเป็นให้ด้วยค่ะ เช่นการเขียน Essay พี่หนุ่มจะแนะนำเรื่องการใช้ศัพท์ และ Grammar เพราะมิวก็ค่อนข้างอ่อนเรื่อง Grammar ค่ะ ซึ่งตรงนี้ มิวก็นำไปใช้ในการสอบอื่นๆ ได้ด้วยค่ะ อย่าง TU-GET
ในส่วนของ TOEFL มิวฝึกจากการทำข้อสอบเก่าฝึกพวก Passage เยอะพอสมควรเพราะจะได้เรื่องความอดทน ได้คำศัพท์ด้วย พอทำแล้ว อาจารย์ที่นี่จะช่วยเช็คความเข้าใจ อธิบายข้อสงสัยให้อีกที และ และการเขียน Writing ของ มหิดล พี่หนุ่มไม่ค่อยปล่อยให้ชิวมาก ให้ข้อสอบไปทำเพิ่มเติม และกระตุ้นตลอด การเตรียมตัวทำข้อสอบของ มหิดล ก็ช่วยสำหรับการนำไปใช้ สอบ SAT ด้วยเหมือนกันค่ะ

Q : ตอนที่เรียนภาษาอังกฤษ English Parks น้องมิววางแผนการเข้าเรียนไว้ยังไงบ้าง มาเรียนได้บ่อยขนาดไหน
A : มิวพยายามมาเรียนเกือบทุกวันเลยค่ะ ในช่วงแรกก็เข้าเรียน Grammar กับอาจารย์จ๋าย พอจบแล้ว ก็เลือกเข้าคลาสที่เป็น Speaking ซะส่วนใหญ่ค่ะ ที่เข้าSpeaking เพราะต้องการสร้างความเคยชินในการใช้ และที่นี่ มีคลาส speaking ทุกช่วงเวลาด้วย ทำให้เรียนอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่คลาสทำข้อสอบอื่นๆ ก็จะเข้าด้วย อย่างคลาส IELTS ในวันอาทิตย์ คลาส CU-TEP, TU-GET เพราะเนื้อหา สามารถนำไปใช้สอบได้ค่ะ

Q : การเรียนในแต่ละคลาส น้องมิวได้รับคำแนะนำจากอาจารย์อย่างไรบ้างครับ
A : อย่างวันจันทร์มิวจะเรียนกับพี่ Nikki ค่ะพี่เค้าจะสอนให้เรา Express Idea ออกมา สอนให้พูดแนว Academic มากขึ้น ทั้งการใช้ศัพท์และการถ่ายทอดสิ่งที่คิดอย่างเป็นระบบ ถ้าพูดผิด พี่ Nikki จะแก้ให้แล้วให้เราพูดทวนอีกรอบทำให้เราจำประโยคที่ถูกต้องนำไปใช้ได้ ส่วนคลาสที่เรียนกับ Grage มิวจะได้ความรู้ในการใช้ Grammar คู่กับ Conversation ค่ะเพราะ Grage จะสอนโดย ให้ Structure มา แล้วแต่งประโยคโดยใช้โครงสร้างตามการ์ดที่ได้รับมา ทำให้เราพูดได้อย่าง ถูก Grammar ไปพร้อมๆกันด้วยค่ะ

Q : น้องมิวเรียนที่ English Parks มาเป็นเวลา 9 เดือน แล้ว น้องมิวคิดว่าตั้งแต่วันที่เริ่มเรียนจนถึงวันนี้ ทักษะภาษาอังกฤษพัฒนาขึ้น อย่างไรบ้างครับ
A : ตอนนี้มิวรู้สึกได้ว่ามิวพูดในระดับ Academic มากขึ้น ก่อนที่จะมาเรียนก็พูดได้บ้าง แต่มันก็เป็นการใช้ทั่วๆ ไป และก็ไม่ค่อยกล้าที่จะพูดเท่าไหร่ พอมาเรียนแล้วทำให้เรากล้าพูดมากขึ้น เนื่องจากพูดแล้วมันถูกหลัก เลยทำให้มีความมั่นใจในการพูดมากขึ้นด้วยค่ะ

Q : น้องมิวมีความคิด เรื่องการพัฒนาภาษาอังกฤษ ให้ดีขึ้นอย่างไรบ้าง และน้องมิวคิดว่าอะไรเป็นปัจจัยที่สำคัญในการพัฒนาภาษาอังกฤษครับ
A : มิวคิดว่าถ้าเรามาเรียน หรือได้ใช้ภาษาอังกฤษทุกวัน เราต้องได้อะไรเยอะอยู่แล้วค่ะ ตอนเรียนมิวตั้งใจ Focus ในเนื้อหาที่เรียน พอกลับบ้านก็ทบทวน ทำแบบฝึกหัดที่พี่ๆ ให้มาเพิ่มเติมก่อนสอบ ทั้งของ SAT และ มหิดล การเรียนที่นี่ มิวจะได้การบ้าน หรือข้อสอบ ที่พี่ๆ staff เตรียมไว้ให้กลับไปทำทุกวัน ทำให้เรารู้ประสิทธิภาพของตัวเองว่าเรายังมีจุดอ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง ทำให้มิวแก้ไขปัญหาภาษาอังกฤษของมิวได้ตรงจุดค่ะ นอกจากนี้มิวยังได้รับคำปรึกษาในการวางแผนการสอบได้ตรงตามที่มิวต้องการอีกด้วยค่ะ

หลังจากอ่าน testimonial ตรงนี้แล้ว ทางโรงเรียนหวังว่าน้องๆ จะเกิดแรงบันดาลใจ มุ่งมั่นในการทำความฝันของตัวเองให้สำเร็จกันนะคะ ^___^

หมายเหตุ: ผลสอบของนักเรียนอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบด้วย อย่างไรก็ตามทางอิงลิชพาร์คพร้อมดูแลและช่วยให้นักเรียนทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียนตามเป้าหมายที่วางไว้ค่ะ