Testimonials

Testimonials เปี๊ยะ IELTS 6.5

15 October 2019

เปี๊ยะ IELTS 6.5

การที่ได้มาเรียนและมาฝึกทำข้อสอบ ช่วยให้เปี๊ยะประเมินคะแนนตัวเองได้ และคิดคำนวณเลยว่าถ้าอยากได้คะแนน Overall เท่านี้ ต้องได้คะแนนแต่ละพาร์ทเท่าไหร่บ้าง…อาจารย์และพี่ๆสต๊าฟคอยดูแลเอาใจใส่ดีมาก คอยตามให้ส่งการบ้าน และจดคะแนนเพื่อดูพัฒนาการของนักเรียนตลอดค่ะ

IELTS 6.5
Listening 7.0
Reading 7.5
Writing 5.5
Speaking 5.5

 

มีคะแนน IELTS มาเพิ่มอีกแล้วค่ะ ^__^

“น้องเปี๊ยะ ณัฐภรณ์ เลาหวงศ์วัฒนา” นิสิตคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ชั้นปี 2 สอบ IELTS ได้ 6.5 แล้วค่ะ โดยน้องจะใช้คะแนนเพื่อยื่นไปเรียน Summer ที่ประเทศอังกฤษ

วันนี้น้องจะมาแชร์ประสบการณ์ในการเตรียมตัว รวมถึงประสบการณ์ที่กดดันตอนสอบ IELTS Speaking รวมถึงวิธีการแก้ปัญหาค่ะ ใครวางแผนจะสอบ IELTS อยู่ ลองดูบทสัมภาษณ์นี้ได้เลยค่ะ

คะแนนที่น้องได้แต่ละพาร์ทนะคะ ^__^

Listening 7.0

Reading 7.5

Writing 5.5

Speaking 5.5

Overall 6.5

 

Q: ที่เปี๊ยะต้องสอบ IELTS เพราะวางแผนจะไปเรียนต่อต่างประเทศหรือเปล่าคะ

A: ที่ต้องสอบ IELTS เพราะเปี๊ยะอยากไปเรียนคอร์สซัมเมอร์เกี่ยวกับกฏหมายของมหาวิทยาลัยที่ประเทศอังกฤษค่ะ ตอนนี้มีหลายมหาวิทยาลัยที่เปิดรับสมัคร บางมหาวิทยาลัยมีเงื่อนไขว่าเราต้องสอบ IELTS ให้ได้คะแนนขั้นต่ำ 6.5 แต่บางมหาวิทยาลัยต้องการคะแนน 7.0 เปี๊ยะเองก็ดูไว้หลายที่เหมือนกันทั้ง London School of Economics, King College, University of Cambridge และ University of Oxford ค่ะ

 

Q: จากคนที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการสอบ IELTS เลย เปี๊ยะเริ่มต้นวางแผนในการสอบจากตรงไหนคะ

A: ก่อนจะมาเรียน IELTS เปี๊ยะไม่รู้เลยว่าข้อสอบเป็นยังไง ต้องเริ่มเตรียมตัวจากตรงไหน เพราะ IELTS ไม่เคยอยู่ในหัวเลย เปี๊ยะเริ่มจากการหาข้อมูลที่เรียนในอินเตอร์เน็ต แล้วก็ไปถามเพื่อนๆ สมัยเรียนเตรียมอุดมศึกษา ที่เคยสอบ IELTS ว่าเขาเรียนที่ไหนกัน ซึ่งเพื่อนๆ ส่วนใหญ่แนะนำอิงลิชพาร์ค เปี๊ยะเลยมาที่นี่ค่ะ

 

Q:  เปี๊ยะเป็นคนที่แม่นเรื่อง Grammar แต่ตอนมาทำ Pre-test แต่งประโยคภาษาอังกฤษ กลับเจอปัญหาหลายจุดเลย คิดว่าเป็นเพราะอะไรคะ

A: ใช่ค่ะ จริงๆ เป็นคนที่เป๊ะแกรมม่ามาก แต่เวลาเขียนเป็นประโยค เปี๊ยะจะได้ภาพรวม เนื่องจากความสะเพร่าทำให้มีจุดผิดเล็กๆ น้อยๆ พอรวมกันแล้วก็โดนหักคะแนนเยอะเลย เช่น ไม่มี article ใช้ preposition ผิด รวมถึงเลือกคำศัพท์มาใช้ผิดบริบทค่ะ

 

Q: เปี๊ยะถนัดทักษะไหนที่สุด แล้วมีทักษะไหนบ้างที่เป็นจุดอ่อนของเปี๊ยะ

A: ที่ทำได้ดีที่สุด คือ พาร์ท Reading นอกนั้นคือไม่มั่นใจเลย อย่าง Listening ที่เปี๊ยะสามารถอัพคะแนนขึ้นมาได้ถึง 7.0 เพราะช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสอบ เปี๊ยะฝึกทำข้อสอบเยอะมาก รวมๆ แล้ววันละ 10 ชุดเลยค่ะ ส่วนหนึ่งมาทำที่โรงเรียน แล้วก็ขอข้อสอบกลับไปทำที่บ้านด้วย

แต่อัพคะแนน Speaking กับ Writing ไม่ทันจริงๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเปี๊ยะต้องโฟกัสเรื่องเรียนที่มหาวิทยาลัยด้วย เลยไม่ค่อยมีเวลาเข้ามาซ้อม Speaking นอกรอบเพิ่มเติม และไม่มีเวลาเขียน Writing ส่งอาจารย์ด้วยค่ะ

 

Q: Speaking เป็นพาร์ทที่ทำให้เปี๊ยะหนักใจมากเหมือนกัน เพราะก่อนจะไปสอบไม่กี่วัน เปี๊ยะเพิ่งรู้ตัวว่ากระบวนการคิดในการตอบคำถามของเปี๊ยะค่อนข้างแตกต่างจากคนทั่วไป ช่วยอธิบายหน่อยค่ะว่าต่างยังไง

A: เปี๊ยะคิดว่ามันเป็นวิธีการคิดในแบบฉบับของเด็กนิติฯส่วนใหญ่ คือ เราจะอธิบายเกริ่นนำถึงปัจจัยและที่มาของเหตุผลทั้งหมดก่อน แล้วถึงค่อยสรุปประเด็นในช่วงสุดท้าย ซึ่งกว่าที่เราจะตอบเข้าประเด็นคำถามได้ก็ใช้เวลานานมาก แต่การสอบ IELTS เราไม่ได้มีเวลามานั่งอธิบายอะไรได้ยาวขนาดนั้น อันนี้เป็นสิ่งที่เปี๊ยะปรับตัวไม่ทัน เพราะปกติเราจะมีวิธีคิดอีกแบบค่ะ

 

Q: ได้ยินมาว่าระหว่างที่สอบพาร์ท Speaking เปี๊ยะรู้สึกกดดันมากๆ เกิดอะไรขึ้นหรอคะ

A: ตอนที่เข้าไปสอบ Examiner ถามว่า คุณสนิทกับใครไหมในย่านที่คุณอาศัยอยู่ เปี๊ยะตอบว่า เปี๊ยะอยู่หอของมหาวิทยาลัย ด้วยความที่อยู่หอเลยได้มีโอกาสไปกินข้าวที่ร้านอาหารแถวมหาวิทยาลัยบ่อยๆ จนสนิทกับเจ้าของร้าน แต่ Examiner ถามกลับมาว่า ใช่หรอ คนเราจะไปสนิทกับเจ้าของร้านได้ยังไง เปี๊ยะก็อึ้งไปเลย และเริ่มรู้สึกกดดัน เพราะไม่รู้จะตอบกลับไปว่ายังไงดี

มีอีกคำถามนึง ถามว่า คนเราจะช่วยอนุรักษ์พลังงานได้ยังไง เปี๊ยะตอบว่า ทุกคนทำได้ด้วยการช่วยกันประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ หรือเวลาจะเดินทางไปไหนก็ให้ใช้บริการขนส่งมวลชน Examiner ก็บอกว่ากรุณาให้รายละเอียดมากกว่านี้ เช่น รัฐบาลควรจะออกกฏแบบไหน มีนโยบายยังไง พอเจอแบบนี้ก็กดดันมากเหมือนกันค่ะ

 

Q: เปี๊ยะได้ลองถามเพื่อนๆคนอื่นที่เคยสอบไหมว่า เขาเจอสถานการณ์กดดันแบบเราบ้างหรือเปล่า

A: เปี๊ยะไปถามเพื่อนๆ ที่เขาเคยสอบกันนะคะว่าเป็นยังไงบ้าง เพื่อนบางคนโชคดีเจอคำถามไม่ยากมากก็เลยสอบ Speaking แบบชิวๆ เรียกว่าเหมือนเข้าไปคุยเล่นกับ Examiner เลย แต่คนที่เจอคำถามยากๆแล้วตอบไม่ได้ก็มีเหมือนกัน ซึ่งพอเราตอบไม่ได้มันก็รู้สึกกดดันเป็นปกติอยู่แล้วค่ะ

 

Q: มีอะไรแนะนำเพื่อนๆ บ้างไหมคะ เผื่อว่าอาจจะมีใครต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับเปี๊ยะตอนที่สอบ Speaking

A: ถ้าเกิดว่าเจอเหตุการณ์กดดัน ประมาณว่าตอบคำถามไปแล้ว แต่ Examiner ถามกลับมาในเรื่องเดิม แสดงว่าเราอาจจะตอบไม่ตรงประเด็น ให้ลองสังเกตเวลาที่ Examiner เขาคอมเม้นท์กลับมาว่าเขาต้องการให้เราตอบไปในทางไหน อย่าไปดันทุรังพยายามตอบในสิ่งที่เราคิดว่าใช่ เพราะมันอาจจะไม่ใช่สำหรับ Examiner ก็ได้ ที่สำคัญอย่ามัวแต่อึ้งแล้วปล่อย dead air ตอบอะไรได้ก็ตอบไปก่อนค่ะ

 

Q:  โดยรวมแล้วพอใจกับผลคะแนน IELTS Overall 6.5 ไหมคะ

A: ก็โอเคนะคะ เพราะเปี๊ยะได้คะแนน Listening เพิ่มขึ้นเยอะมากจากตอนแรกที่มาเรียน แต่ถ้ามีเวลาเตรียมตัวและฝึก  Writing กับ Speaking มากกว่านี้ ก็น่าจะได้คะแนนดีขึ้นค่ะ อีกอย่างคือการที่ได้มาเรียนและมาฝึกทำข้อสอบ ช่วยให้เปี๊ยะประเมินคะแนนตัวเองได้ และคิดคำนวณเลยว่าถ้าอยากได้คะแนน Overall เท่านี้ ต้องได้คะแนนแต่ละพาร์ทเท่าไหร่บ้าง

 

Q: มีเรื่องที่ทำให้เปี๊ยะรู้สึกประทับใจกับการมาเรียนคอร์ส IELTS ที่อิงลิชพาร์คบ้างคะ

A: จะบอกว่าอาจารย์และพี่ๆสต๊าฟคอยดูแลเอาใจใส่ดีมาก คอยตามให้ส่งการบ้าน และจดคะแนนเพื่อดูพัฒนาการของนักเรียนตลอดค่ะ บางครั้งที่คะแนนตก พี่ๆจะถามเลยว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เกิดอะไรขึ้น อีกทั้งยังมี materials ในการฝึกทำข้อสอบทุกอย่าง แต่ผิดที่เราไม่มีเวลาเข้ามาเอง เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากสอบได้คะแนนดี ต้องมีเวลาในการเตรียมตัว แล้วทุ่มให้เต็มที่ไปเลยค่ะ

หมายเหตุ: ผลสอบของนักเรียนอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบด้วย อย่างไรก็ตามทางอิงลิชพาร์คพร้อมดูแลและช่วยให้นักเรียนทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียนตามเป้าหมายที่วางไว้ค่ะ

สนใจสมัครเรียน IELTS

ชื่อ-นามสกุล*
เบอร์โทร*
อีเมล์*
สาขาที่สะดวก*