Testimonials

Testimonials โต้ง IELTS 6.5

12 October 2019

โต้ง IELTS 6.5

ถ้าพื้นฐานดีจะเรียนแค่ IELTS อย่างเดียวก็ได้ แต่ถ้าพื้นฐานไม่ได้ดีมาก ควรเลือกเรียนแบบ Unlimited จะเหมาะกว่า เพราะข้อได้เปรียบของการเรียน Unlimited คือ มีคลาส Conversation ให้เข้าเรียนเยอะมาก ซึ่งทำให้ผมได้มีโอกาสพูดบ่อยขึ้น มันเหมือนเป็นการฝึกเอาแกรมม่าและคำศัพท์ที่เคยใช้เขียนมาพูดให้เกิดความเคยชินครับ

IELTS 6.5
Listening 7.0
Reading 7.5
Writing 5.5
Speaking 5.5

มื่อมีโอกาสได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ “โต้ง ชยางกูร จินดา” หนุ่มวิศวกรจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ก็ไม่ลังเลใจที่จะกลับมาเรียน IELTS ที่อิงลิชพาร์คอีกครั้ง หลังเคยมาเรียน TOEIC เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ความยากของ IELTS ทำให้โต้งท้อแท้ ถึงขั้นที่นั่งมองกระดาษเขียน  Writing อยู่เป็นชั่วโมง โดยที่ไม่กล้าเขียนอะไรเลย สุดท้ายโต้งปลดล็อคความกลัวนี้ได้อย่างไร และมีเทคนิคอะไรถึงสอบได้คะแนน overall 6.5 (Listening 7.0, Reading 7.5, Writing 5.5, Speaking 5.5 สอบเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 61) ติดตามอ่านเรื่องราวของโต้งจากบทสัมภาษณ์นี้ได้เลยค่ะ

 

Q: โต้งเคยมาเรียนที่ English Parks เมื่อหลายปีที่แล้ว หลังจากนั้นทักษะภาษาอังกฤษของโต้งดีขึ้นบ้างไหมคะ

A:  ครั้งแรกที่ผมมาเรียนที่อิงลิชพาร์ค คือ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เป็นช่วงที่เพิ่งเรียนจบและกำลังรองานอยู่ ช่วงนั้นผมต้องสอบ TOEIC ด้วย เลยตัดสินใจมาสมัครเรียนคอร์ส Unlimited 3 เดือน ที่เรียนทั้ง TOEIC แล้วก็เรียนคลาสอื่นๆ เสริมควบคู่กันไป ตอนนั้นยอมรับว่าขาดเรียนบ่อยมาก แต่ก็ยังสอบโทอิคได้ 650 คะแนน ซึ่งผมพอใจมากนะครับ ถึงจะมาเรียนได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ภาษาอังกฤษของผมกลับดีขึ้นผิดหูผิดตาเลยครับ

 

Q:  แล้วทำไมถึงกลับมาสมัครเรียนอีกครั้งล่ะคะ

A: มีเหตุให้ต้องกลับมาครับ คราวนี้ผมได้รับทุนพัฒนาข้าราชการให้ไปเรียนต่อ ป.โท จากกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งจำเป็นต้องใช้คะแนน IELTS เมื่อต้นปีผมไปสอบมาแล้วครั้งนึง ตอนนั้นไม่รู้เลยว่า IELTS คืออะไร ผมเตรียมตัวแค่ 5 วัน แล้วไปสอบเลย คะแนนออกมาได้ overall 5.0 ซึ่งรู้ตัวเลยว่าไม่รอดแน่ๆ คิดว่ากลับมาเรียนที่นี่น่าจะดีที่สุด เพราะครั้งที่แล้วที่มาเรียน ภาษาอังกฤษของผมพัฒนาขึ้นมากจริงๆ

 

Q: การกลับมาเรียนครั้งนี้ แตกต่างจากเมื่อ 4 ปีที่แล้วไหมคะ

A: ผมเลือกสมัคร Unlimited 3 เดือน เหมือนกับครั้งที่แล้ว แต่ที่แตกต่างคือ คราวนี้ไม่ใช่เงินพ่อแม่ แต่เป็นเงินตัวเอง ผมเลยตั้งใจเรียนมากขึ้น และเน้นเรียน IELTS เป็นหลัก ผมว่าการมาเรียนที่นี่เหมือนเป็นการสะสมความรู้ไปเรื่อยๆ ช่วงแรกที่มาเรียนอาจจะรู้สึกว่าไม่ได้อะไรเท่าไหร่ แต่พอเข้าเดือนที่ 2-3 ผมสังเกตได้เลยว่าวิธีพูดหรือวิธีที่เราใช้คำจะเหมือนเจ้าของภาษามากขึ้น รู้ว่าประโยคไหนที่พูดออกไปแล้วผิด บางครั้งเราสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง แต่ก็มีบ้างที่รู้ว่าผิด แต่ไม่รู้จะแก้ให้ถูกยังไง แต่สุดท้ายแล้วอาจารย์จะคอยช่วยตลอดครับ

 

Q: โต้งมองว่าการเรียน IELTS อย่างเดียว กับการเรียนแบบ Unlimited ที่สามารถเลือกเรียนวิชาอื่นควบคู่ไปด้วย มีความแตกต่างกันอย่างไรคะ

A: ผมคิดว่า ถ้าพื้นฐานดีจะเรียนแค่ IELTS อย่างเดียวก็ได้ แต่ถ้าพื้นฐานไม่ได้ดีมาก ควรเลือกเรียนแบบ Unlimited จะเหมาะกว่า เพราะข้อได้เปรียบของการเรียน Unlimited คือ มีคลาส Conversation ให้เข้าเรียนเยอะมาก ซึ่งทำให้ผมได้มีโอกาสพูดบ่อยขึ้น มันเหมือนเป็นการฝึกเอาแกรมม่าและคำศัพท์ที่เคยใช้เขียนมาพูดให้เกิดความเคยชินครับ

อีกคลาสที่ผมว่ามีประโยชน์มากๆ คือ Sentence Writing ซึ่งเราจะได้ฝึกเขียนให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น และรูปประโยคก็สวยขึ้นด้วยครับ

 

Q: โต้งคิดว่าข้อดีของการเข้าเรียนคลาส IELTS คืออะไรคะ

A: ผมว่าการเรียน Reading กับ Listening เหมือนเป็นการมาฝึกให้คุ้นเคยกับการทำข้อสอบมากกว่า จากนั้นเราต้องไปฝึกฝนต่อด้วยตัวเอง แต่ Writing กับ Speaking เป็นทักษะที่ต้องการคนช่วยตรวจ ช่วยแก้แกรมม่าและโครงสร้างประโยค เพราะถ้าให้เราแก้ประโยคเอง เราไม่มีทางหาข้อผิดพลาดเจอแน่นอน

 

Q: ได้ยินมาว่าความยากของ IELTS Writing ทำให้โต้งถึงกับรู้สึกท้อแท้เลยหรอคะ

A: ใช่ครับ เพราะ Writing มันยากมากจริงๆ จนทำให้ผมท้อ ช่วงแรกๆผมไม่ค่อยส่งการบ้าน ผมเคยนั่งหน้ากระดาษชั่วโมงนึง แต่เขียนได้แค่ 50-60 คำ สาเหตุเพราะผมพยายามจะเขียนให้ถูก เลยไม่กล้าเขียนเพราะกลัวผิด แต่สุดท้ายผมก็คิดได้ว่า เออ ผิดก็ผิดวะ เขียนไปเลย เพราะไหนๆก็มีอาจารย์ตรวจให้อยู่แล้ว เราจะได้รู้ว่าที่ถูกต้องควรเขียนยังไง ดีกว่าที่จะไปหลีกเลี่ยงมันครับ

 

Q: แล้ว IELTS Speaking ยากขนาดไหนคะโต้ง

A: ยากครับ แต่ความยากของ Speaking คือ ถ้าไม่ได้มาเรียน เราจะไม่รู้เลยว่าควรต้องตอบแบบไหนถึงจะได้คะแนนเยอะ ที่อิงลิชพาร์ค นอกจากเรียนในห้องแล้ว นักเรียนยังสามารถมาทำ Mock-Up Test รวมถึงนัดทดสอบ Speaking ได้ตลอด ซึ่งช่วยผมได้เยอะเลย ผมก็เรียนรู้จากความผิดพลาด ผมชอบตอบคำถามออกนอกเรื่อง แต่พอฝึกไปเรื่อยๆสมองจะสั่งการโดยอัตโนมัติเลยว่า ไม่ควรตอบแบบนี้นะ แต่กว่าจะคิดได้แบบนี้ก็ต้องฝึกบ่อยๆครับ

 

Q: ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสอบ โต้งมีเทคนิคในการเตรียมตัวสอบอย่างไรคะ

A: ผมเข้ามาทำ Speaking Test ทุกอาทิตย์เลยครับ ส่วน Reading กับ Listening ผมขอข้อสอบกลับไปฝึกทำที่บ้านเยอะมาก ผมว่าเกิน 30 ชุดนะ ซึ่งที่นี่มีข้อสอบให้ฝึกทำเยอะมากจริงๆ ทำเท่าไหร่ก็ไม่หมด ติดตรงไหนก็เอากลับมาถามอาจารย์ หรือไม่ก็ถามพี่ๆสต๊าฟได้เลย

เอาจริงๆ เรื่องข้อสอบ ผมว่าที่นี่มีให้ครบทุกอย่าง และค่อนข้างจะครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นข้อสอบ IELTS, TOEIC, CU-TEP หรือ TU-GET ถ้าเราขยันจริงๆ จะขอข้อสอบเยอะแค่ไหน  พี่ๆสต๊าฟเขายินดีปริ้นท์ให้อยู่แล้วครับ ไม่ต้องกลัวว่าพี่เขาจะไม่ให้ ^_^

 

Q: โต้งพอใจกับผลคะแนนสอบที่ออกมาไหมคะ

A: โดยรวมแล้วพอใจครับ เพราะตอนฝึกทำข้อสอบ ผมได้คะแนนน้อยกว่านี้เยอะ ผมตกใจมากกับคะแนน Reading 7.5 และ Listening 7.0 แต่ตอนสอบผมค่อนข้างมั่นใจนะว่าทำได้ ผมฟังได้ยินชัดมากแทบทุกคำ แล้วก็อ่านได้ไวด้วย แต่แอบเจ็บใจคะแนน Speaking เหมือนกัน เพราะคำถามใน Part 2 ผมดันไปเจอคำถามเกี่ยวกับ Comic actor ซึ่งผมไม่รู้เลยว่าคำนี้หมายถึงนักแสดงตลก ผมคิดว่าเป็นคาแรกเตอร์ตัวการ์ตูน เลยเล่าเรื่องทศกัณฐ์ไป คือมันเละมากเลย 555 คิดว่านี่แหล่ะที่ทำให้ได้ 5.5

สำหรับ Writing คิดว่าที่ได้ 5.5 เพราะTask 1 เขียนได้แค่ 90 คำ  ส่วน Task 2 ตอนที่เขียนเสร็จผมมั่นใจมากว่าเขียนได้ค่อนข้างดี แต่พอกลับมาถามพี่ๆสต๊าฟ กลายเป็นว่าผมเข้าใจโจทย์ผิด คือ หัวข้อกับ Supporting ideas ที่เขียนไปนี่คนละเรื่องกันเลย แต่ได้มาแค่นี้ก็ดีแล้ว ผมนึกว่าจะได้คะแนนน้อยกว่านี้ซะอีก

 

Q: ตอนนี้คิดไว้แล้วหรือยังว่าจะยื่นคะแนนที่มหาวิทยาลัยไหนบ้าง

A: ผมอยากเรียนต่อสาขาพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งดูไว้หลายที่เลยครับ แต่ส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยในสก็อตแลนด์ อย่าง Strathclyde, Glasgow แล้วก็ Edinburgh ส่วนมหาวิทยาลัยในอังกฤษ ผมดู Leeds ไว้ด้วยเหมือนกัน ผมคุยกับ Agency ไว้ว่าจะยื่นคะแนนช่วงปลายปีนี้ครับ

 

Q: โต้งคิดว่าบรรยากาศการเรียนที่ English Parks เป็นอย่างไรบ้างค่ะ และมีประทับใจตรงไหนบ้าง

A: ตอนแรกผมคิดแค่ว่ามาเรียน มาเอาความรู้อย่างเดียว ไม่ต้องรู้จักใครก็ได้ แต่ทุกคนที่นี่มีอัธยาศัยดีมาก พอเรียนไปสักพักก็มีเพื่อนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การเรียนสนุกขึ้น โดยเฉพาะในคลาส Speaking เราก็ยิ่งคุยกันกับเพื่อนได้สนุกมากขึ้น ส่วนจำนวนนักเรียนในห้อง ผมว่ากำลังดี ไม่มากจนเกินไป ดูอบอุ่นดีครับ

หมายเหตุ: ผลสอบของนักเรียนอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบด้วย อย่างไรก็ตามทางอิงลิชพาร์คพร้อมดูแลและช่วยให้นักเรียนทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียนตามเป้าหมายที่วางไว้ค่ะ

สนใจสมัครเรียน IELTS

ชื่อ-นามสกุล*
เบอร์โทร*
อีเมล์*
สาขาที่สะดวก*